Skip to main content

สจล. ประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์น้ำท่วม

KMITL

สจล. ประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์น้ำท่วม เร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม พร้อมวางแผนป้องกันน้ำท่วมระยะยาว

          (12 ตุลาคม 2569) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นำโดย รศ. ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. พร้อมด้วย รศ.สุพจน์ ศรีนิล รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและสิ่งแวดล้อม นำทีมร่วมการประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์น้ำท่วมกับ นายพิฆเนศ ต๊ะปวง หัวหน้าผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายวันนี นนท์ศิริ หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นางสาวจรัสศรี รัตตะมาน ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร และนายบุญยืน คุณเจริญ ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประเมินผลกระทบ และหารือแนวทางให้ความช่วยเหลือ สจล. และชุมชนโดยรอบ

 

          ภายหลังการประชุม คณะผู้ตรวจราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ เยี่ยมศูนย์บริหารและจัดการภัยพิบัติและความปลอดภัย (บภค. สจล.) ณ หอประชุมเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) และร่วมสำรวจความเสียหาย พื้นที่โซน A ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง ตลอดจนอาคารสำนักงานอธิการบดี อาคารเรียนรวมสมเด็จพระเทพฯ หอพักนักศึกษา สนามกีฬา พื้นที่โซน B, C และ D รวมถึงคณะต่าง ๆ ของสถาบัน เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงและร่วมกำหนดแนวทางฟื้นฟูและป้องกันน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ

สจล. เดินหน้าแผนฟื้นฟูและป้องกันน้ำท่วม แบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่

🔸 แผนระยะสั้น เร่งระบายน้ำและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย มุ่งเน้นการสูบน้ำจากแหล่งน้ำและจุดท่วมขังภายในสถาบันลงสู่คลองสายหลัก โดยประสานการบริหารระดับน้ำในคลองและป้องกันน้ำไหลย้อน ควบคู่กับการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big Cleaning) เก็บขยะและตะกอน ล้างอาคาร ถนน และทางเดิน พร้อมตรวจสอบและซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ประปา ระบบระบายน้ำ ถนน และภูมิทัศน์ เพื่อเร่งคืนพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการเรียนการสอนและการใช้งานตามปกติ

🔸 แผนระยะยาว พัฒนาระบบป้องกันน้ำท่วมและบริหารจัดการน้ำรายโซน ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. พัฒนาแนวป้องกันน้ำท่วมรอบแต่ละโซน พิจารณาก่อสร้างคันป้องกันน้ำท่วมแบบเขื่อนดินหรือคอนกรีตให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ โดยอาศัยผลสำรวจระดับน้ำและการออกแบบทางวิศวกรรม

2. พัฒนาสถานีสูบน้ำขนาดใหญ่ในแต่ละโซน กำหนดกำลังสูบให้สอดคล้องกับพื้นที่รับน้ำและปริมาณน้ำ พร้อมพัฒนาระบบระบายน้ำและระบบไฟฟ้าสำรองให้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

3. พัฒนาระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมอัจฉริยะ เชื่อมโยงข้อมูลจาก SCIRA, KDMC และข้อมูลภายในสถาบัน เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์น้ำและแจ้งเตือนตามเกณฑ์ของแต่ละโซนได้อย่างเหมาะสม

การประชุมและลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่าง สจล. หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ควบคู่กับการวางรากฐานระบบบริหารจัดการน้ำที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ในอนาคต และดูแลความปลอดภัยของนักศึกษา บุคลากร และประชาชนในชุมชนโดยรอบ

สจล. มุ่งฟื้นฟูวันนี้ พร้อมวางแผนป้องกันวันหน้า เดินหน้าสร้างพื้นที่การเรียนรู้และชุมชนที่ปลอดภัยไปด้วยกัน

บทความโดย

จำนวนผู้เข้าชม

Share this page