Department of Computer Engineering
Faculty of Engineering, King Mongkut 's Institute of Technology


เคล็ดลับติดตั้ง Wi-Fi ระบบเครือข่ายไร้สาย

    ทันสมัยกับยุคไร้สาย ด้วยข้อมูลและขั้นตอนการติดตั้งเครือข่ายไร้สายภายในบ้าน และสำนักงานขนาดเล็ก ด้วยวินโดวส์ XP

    การใช้ระบบเครือข่ายแบบไร้สายภายในบ้าน หรือสำนักงานขนาดเล็กจะทำให้เกิดประโยชน์หลายอย่างด้วยกันคือ ไม่ต้องเดินสายภายในตัวอาคารให้ปวดหัว เข้าถึงเน็ตเวิร์กจากที่ใดๆ ก็ได้รอบรัศมีสัญญาณ และใช้งานระหว่างเดินไปเดินมาได้ นอกจากนี้ยังควบคุมการติดต่อเข้าสู่เครือข่ายได้ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีที่สร้างขึ้นมาแบบไร้สายนั้นอยู่ภายในมาตรฐาน IEEE 802.11b ซึ่งเรียกระบบไร้สายนี้ว่า Wi-Fi ("วาย-ฟาย")

1. รูปแบบของการจัดการในมาตรฐาน IEEE 802.11

    มาตรฐาน IEEE 802.11 ได้แบ่งการจัดการอยู่ 2 แบบ คือ แบบอินฟราสทรัคเจอร์ (Infrastructure) และ แบบแอดฮอก (ad hoc)

    1.1 แบบแรกอินฟราสทรักเจอร์

    แบบอินฟราสทรักเจอร์ใช้การติดต่อกันของคอมพิวเตอร์ด้วยตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย (Wireless AP) นั่นคือใช้ Wireless AP เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างระบบมีสาย กับระบบไร้สาย และให้เครื่องไคลเอ็นต์ติดต่อผ่าน Wireless AP ยกตัวอย่างเช่นบ้านหรือสำนักงานขนาดเล็กที่เดิมได้วางระบบอีเทอร์เน็ต (Ethernet) ไว้แล้ว ซึ่งเมื่อจะใช้ระบบแบบอินฟราสทรัคเจอร์ จึงใช้ตัวรับสัญญาณระบบไร้สายต่อเข้ากับเครือข่ายเดิม แล้วนำเครื่องแลปทอป หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไปมาเชื่อมต่อได้เลย ดังรูปที่ 1


รูปที่ 1 แสดงการติดต่อระบบไร้สาย แบบ อินฟราสทรัคเจอร์

    ในรูปแบบอินฟราสทรัคเจอร์ ข้อมูลสามารถส่งผ่านเครื่องไคลเอ็นต์ไร้สาย กับเครื่องไคลเอ็นต์ไร้สายด้วยกันได้ และสามารถติดต่อกับเครื่องที่อยู่บนแลนแบบมีสาย โดยข้อมูลจะถูกส่งผ่านตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย แล้วตัวรับสัญญาณจะเป็นตัวกลางส่งข้อมูลต่อไปยังเครื่องปลายทาง ไม่ว่าเครื่องปลายทางจะเป็นแบบเดินสาย อีเทอร์เน็ต หรือเป็นแบบระบบไร้สายก็ตาม

    1.2 แบบแอดฮอก

    การต่อแบบแอดฮอกคือ การที่เครื่องไคลเอ็นต์แบบไร้สายทั้งหลายติดต่อกันโดยตรง โดยที่ไม่ต้องมีตัวรับสัญญาณระบบไร้สายเป็นตัวคอยส่งข้อมูลต่อให้ แต่มีข้อจำกัดอยู่ว่าการต่อแบบแอดฮอกสามารถติดต่อกันได้เพียงแค่ 9 เครื่องไคลเอ็นต์ไร้สายเท่านั้น ดังรูปที่ 2


รูปที่ 2 แสดงการติดต่อระบบไร้สายแบบแอดฮอก

2. การกำหนดชื่อเครือข่ายของระบบไร้สาย

    ระบบเครือข่ายแบบไร้สายได้จัดการการติดต่อทั้งแบบ อินฟราสทรัคเจอร์ และแบบแอดฮอก ซึ่งมีการกำหนดชื่อจาก SSID (Service Set Identifier) เป็นตัวแบ่งแยกระหว่างเครือข่ายแบบไร้สาย

    เมื่อเริ่มมีการติดต่อขึ้น เครื่องจะเริ่มค้นหาเครือข่ายโดยใช้ช่วงคลื่นความถี่ที่กำหนดจากมาตรฐาน IEEE 802.11b โดยส่งเบคอน (beacon) ที่มี SSID ส่งออกมายังตัวรับสัญญาณ หรือเครื่องไคลเอ็นต์ในแบบแอดฮอก เพื่อไปรวบรวมรายชื่อที่มีการติดต่อเข้ามา ซึ่งแต่ละเครื่องสามารถกำหนดชื่อขึ้นมาและชื่อต้องไม่ซ้ำกัน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าบ้านเราจะติดตั้งเครือข่ายไร้สาย โดยข้างบ้านมีเครือข่ายไร้สายอยู่แล้วซึ่งตั้งชื่อเครื่องในเครือข่ายนั้นว่า HOME ดังนั้นเราไม่สามารถตั้งชื่อเครื่องว่า HOME ซ้ำอีกได้

    หลังจากเลือกชื่อเครื่อง และกำหนดไปยังเครื่องรับสัญญาณระบบไร้สาย (แบบอินฟราสทรัคเจอร์) หรือกำหนดไปยังเครื่องไคลเอ็นต์อื่นๆ (แบบ แอดฮอก) ซึ่งจากมาตรฐาน IEEE 802.11b นั้นได้กำหนดไว้ว่าต้องแสดงรายชื่อที่ปรากฎอยู่ในเครือข่ายทั้งหมด ดังนั้นถ้าเครื่องของเราอยู่ในระยะสัญญาณเราสามารถเห็นเครื่องที่อยู่ในเครือข่ายนั้นด้วย รวมทั้งเครือข่ายอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง และเมื่อมีผู้ไม่หวังดีได้บุกรุกเข้ามาในเครือข่ายก็สามารถทำได้ แต่ไม่สามารถทำอะไรกับข่ายเครือข่ายได้ ถ้าเครือข่ายนั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยของระบบไร้สายอยู่

    การที่เราใช้ระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบไร้สายนั้น ถึงแม้ว่าผู้ไม่หวังดีจะสามารถติดต่อเข้ามาในเครือข่าย และเห็นชื่อเครื่องทุกเครื่องมีอยู่ในเครือข่าย แต่จะไม่สามารถส่งข้อมูล หรือดักจับสัญญาณแล้วแปลข้อมูลที่กำลังส่งอยู่นั้น หรือเข้ามาอ่านไฟล์ที่เปิดแชร์ให้คนในเครือข่ายได้เข้ามาอ่าน หรือเข้ามาลักลอบใช้อินเทอร์เน็ตที่เครือข่ายเราติดต่ออยู่ได้

    แต่ถ้าไม่มีการใช้ระบบรักษาความปลอดภัย จะทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้ามาอ่านข้อมูลที่เปิดแชร์ในเครือข่าย หรือมาปล่อยไวรัสในเครือข่าย หรือเข้ามาเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือทำลายข้อมูลสำคัญต่างๆ รวมถึงสามารถเข้ามาใช้อินเทอร์เน็ตที่เครือข่ายเราติดต่ออยู่ได้ โดยที่คนในเครือข่ายไม่รู้ว่ากำลังมีคนอื่นลักลอบใช้อยู่ซึ่งการไม่ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบไร้สายนับว่าเป็นการเสี่ยงอันตรายอย่างมาก

3. ระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบไร้สาย

    ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11b จะกล่าวถึงการเข้ารหัสข้อมูล และการตรวจสอบสิทธิ์ (Authentication) ซึ่งการเข้ารหัสก็คือจะมีการเข้ารหัสข้อมูลก่อนจะมีการส่งข้อมูลออกไปยังเครือข่าย และการตรวจสอบสิทธิ คือต้องการให้เครื่องไคลเอ็นต์ของระบบไร้สายเข้ามาระบุตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ก่อนที่จะได้รับอนุญาตให้เข้ามาในเครือข่าย

4. การเข้ารหัสข้อมูล

    สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลของระบบไร้สายนั้นทางมาตรฐาน IEEE 802.11 ได้กำหนดให้ใช้ WEP (Wired Equivalent Privacy) ซึ่ง WEP ต้องนำมาใช้ร่วมกันกับกุญแจ (secret key) ในการเข้ารหัสข้อมูลที่จะส่งออกจากเครื่องส่งโดยเครื่องที่รับจะต้องมีกุญแจ WEP เหมือนกันเพื่อใช้ในการคลายรหัสข้อมูลที่ส่งมา

    สำหรับแบบอินฟราสทรัคเจอร์ นั้นจะต้องมีกุญแจ WEP ที่ตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย และทุกเครื่องไคลเอ็นต์ไร้สาย และสำหรับแบบแอดฮอก นั้นกุญแจ WEP ต้องติดตั้งบนทุกเครื่องไคลเอ็นต์ไร้สายที่ติดต่อด้วย ซึ่งทางมาตรฐาน IEEE 802.11 ได้กำหนดออกมาว่าจะต้องใช้กุญแจ WEP 40 บิต และในทางฮาร์ดแวร์ต้องรองรับการใช้กุญแจ WEP104 บิตได้

5. การเลือกกุญแจ WEP

    กุญแจ WEP ควรเกิดจากการสุ่มลำดับตัวอักษรบนคีย์บอร์ด หรือตัวเลขฐาน 16 เพื่อใช้สร้างกุญแจ WEP มาใช้งาน ส่วนกุญแจ WEP ที่สร้างขึ้นมาเป็นคำๆ หรือง่ายต่อการจดจำ จะทำให้ง่ายต่อการหากุญแจเพื่อมาคลายรหัสข้อมูลได้ และทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะเข้ามายังเครือข่ายของเราได้

    แต่ถ้ากุญแจ WEP เกิดจากการสุ่ม จะทำให้ยากต่อการหา หรือสร้างกุญแจซ้ำ และเราควรเปลี่ยนกุญแจ โดยการสุ่มทุกๆ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเสมอ ยกตัวอย่างเช่น เปลี่ยนกุญแจใหม่ทุก 3 เดือนเป็นต้น

6. การตรวจสอบสิทธิ (Authentication)

    การตรวจสอบสิทธิตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานของเครือข่าย 802.11b มีดังนี้

   - ระบบเปิด (Open System)
   - การใช้กุญแจร่วม (Shared Key)
   - การใช้มาตรฐาน IEEE 802.1x

    6.1 ระบบเปิด (Open System)

    ระบบเปิด นั้นถือว่ายังไม่ใช่การตรวจสอบสิทธิที่แท้จริง เพราะเป็นการกำหนดในระดับฮาร์ดแวร์ โดยการนำแอดเดรสของเครื่องในเครือข่ายมาเก็บไว้ แล้วเมื่อมีการติดต่อจะอนุญาตเฉพาะเครื่องที่มีแอดเดรสตรงกับที่เก็บไว้เท่านั้น แต่ผู้ไม่หวังดีอาจดักจับแอดเดรสแล้วไปเปลี่ยนในฮาร์ดแวร์ของตัวเองเพื่อเจาะเข้าเครือข่ายเราได้

    6.2 การใช้กุญแจร่วม (Shared Key)

    การใช้กุญแจร่วมในการตรวจสอบสิทธิเพื่อเข้ามาในเครือข่ายจะต้องรู้รหัสกุญแจก่อน โดยที่ในระหว่างการตรวจสอบสิทธิจะไม่ส่งกุญแจหากัน ดังนั้นในการติดต่อแบบอินฟราสทรัคเจอร์ ทุกเครื่องไคลเอ็นต์ และตัวรับสัญญาณระบบไร้สายต้องมีกุญแจตัวเดียวกัน และการติดต่อแบบแอดฮอก ทุกเครื่องไคลเอ็นต์ต้องเก็บกุญแจตัวเดียวกันไว้เช่นกัน

    6.3 การใช้มาตรฐาน IEEE 802.1x

    มาตรฐาน IEEE 802.1x เป็นการตรวจสอบสิทธิของตัวแม่ข่ายก่อนที่แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ซึ่งถ้าการตรวจสอบสิทธิไม่ผ่านจะระงับการส่งข้อมูล ซึ่ง IEEE 802.1x จะนำการตรวจสอบสิทธิบนระบบอีเทอร์เน็ต มาปรับใช้กับมาตรฐาน 802.11b ซึ่งมาตรฐาน IEEE 802.1x ใช้ EAP (Extensible Authentication Protocol) เป็นตัวตรวจสอบสิทธิระหว่างเครื่องที่ติดต่อกัน

    ส่วนในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP SP1 ใช้ PEAP (Protected EAP) และ MS-CHAP v2 (Microsoft Challenge-Handshake Authentication Protocol, version 2) มาใช้ในการตรวจสอบสิทธิ

    สำหรับการเครือข่ายที่ไม่รองรับการตรวจสอบสิทธิแบบมาตรฐาน IEEE 802.1X แนะนำให้ใช้แบบระบบเปิด (Open System) ถึงแม้จะยังไม่ถือว่าเป็นการตรวจสอบสิทธิอย่างสมบูรณ์ แต่ยังสามารถระบุได้ว่าเครื่องใดสามารถเข้ามาในเครือข่ายได้ ส่วนถ้าใช้การตรวจสอบสิทธิแบบการใช้กุญแจร่วมจำเป็นต้องรู้รหัสกุญแจร่วม ถึงแม้การใช้กุญแจร่วมเป็นการตรวจสอบสิทธิที่รัดกุมกว่าระบบเปิด แต่การใช้กุญแจร่วมจะทำให้การติดต่อแบบไร้สายมีความปลอดภัยน้อยลง

7. การติดตั้งตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย (Wireless AP)

    7.1 ระบบรักษาความปลอดภัย

    การรักษาความปลอดภัยของแบบอินฟราสทรัคเจอร์ นั้นจำเป็นต้องใช้แบบระบบเปิด ในการตรวจสอบสิทธิ และการเข้ารหัส WEP

    7.2 การกำหนดค่าของเครื่องรับสัญญาณระบบไร้สาย (Wireless AP)

    - กำหนดชื่อเครือข่าย (SSID)
    - ให้เปิดใช้การตรวจสอบสิทธิแบบระบบเปิด (Open System)
    - เปิดให้ใช้การเข้ารหัส WEP
    - เลือกรูปแบบกุญแจ WEP

    ถ้าเราเลือกกุญแจ WEP มาจากตัวอักษรบนคีย์บอร์ด เราจะต้องพิมพ์ 5 ตัวอักษรสำหรับกุญแจ WEP 40 บิต และใช้ 13 ตัวอักษรสำหรับกุญแจ WEP แบบ 104 บิต แต่ถ้าเราเลือกแบบตัวเลขฐาน 16 เราต้องใช้ 10 ตำแหน่งสำหรับกุญแจ WEP 40 บิต และ 26 ตำแหน่งสำหรับกุญแจ WEP 104 บิต ถ้าจะเลือกรูปแบบของกุญแจขอให้เลือก แบบระบบตัวเลขฐาน 16 เพราะเมื่อการสุ่มระบบตัวเลขฐาน 16 จะสามารถสุ่มออกมาได้มากกว่า

    - เลือกลำดับการเข้ารหัสกุญแจ WEP

    ในระบบมาตรฐาน IEEE 802.11b นั้นสามารถให้ใช้ได้ถึง 4 กุญแจ WEP ที่แตกต่างกันเผื่อบางเครื่องจะกำหนดกุญแจ WEP ที่ต่างกันออกไปแต่ต้องการเข้าร่วมเครือข่ายเดียวกัน โดยในเครื่องรับสัญญาณจะมีตารางเก็บค่าทั้ง 4 นั้นไว้เป็นลำดับ

    7.3 การติดตั้งระบบไร้สายบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP แบบ อินฟราสทรัคเจอร์

    การติดตั้งขึ้นอยู่ที่ไดรเวอร์ของตัว Network adapter สามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration หรือไม่ ไดรเวอร์ของ Network adapter ของระบบไร้สายสามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. ติดตั้ง Network adapter ลงในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ซึ่งเมื่อติดตั้งเรียบร้อยจะปรากฏ Network Connections ขึ้น ดังรูปที่ 3


รูปที่ 3 ปรากฏ Network adapter ของระบบ ไร้สายใน Network Connections

    2. เครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องอยู่ในระยะของตัวรับสัญญาณระบบไร้สายอย่างน้อย 1 ตัวในบ้าน หรือในสำนักงานขนาดเล็ก โดยระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP จะตรวจหาตัวรับสัญญาณ และจะแสดง notification area ตรงบริเวณทาร์กบาร์ ดังรูปที่ 4


รูปที่ 4 แสดง Notification ของระบบไร้สาย

    3. คลิ้กบนบริเวณ notification area ที่แสดงขึ้นมา แต่ถ้าไม่มีให้คลิ้กขวาตรง icon ของ Network adapter ใน Network Connections และคลิ้ก View Available Wireless Networks จะปรากฏหน้าต่าง Connect to Wireless Network ดังรูปที่ 5


รูปที่ 5 แสดงหน้าต่าง Connect to Wireless Network

    4. คลิ้ก Advanced

    5. ในหน้าต่าง wireless network adapter properties ให้คลิ้ก your wireless network name และคลิ้ก Configure

    6. ในหน้าต่าง Wireless Network Properties ให้ The key is provided for me automatically ไม่มีเครื่องหมายถูก

    7. ใน Key format ให้เลือกรูปแบบของกุญแจ ที่เคยกำหนดบนตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย

    8. ใน Key length ให้เลือกขนาดของกุญแจที่เคยกำหนดบนตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย

    9. ใน Network key พิมพ์กุญแจที่เคยกำหนดบนตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย

    10. ใน Key index ให้เลือกตำแหน่งของกุญแจที่ตรงกับตำแหน่งในหน่วยความจำของรับสัญญาณระบบไร้สาย

    11. คลิ้ก OK เพื่อเซฟค่าที่เราได้กำหนดไว้ใน wireless network

    12. คลิ้ก OK เพื่อเซฟค่าที่เราได้กำหนดไว้ใน wireless network adapter ดังรูปที่ 6


รูปที่ 6 แสดงตัวอย่างของหน้าต่าง Wireless Network Properties

    - กำหนดให้ SSID คือ HOME-AP
    - เลือกการใช้กุญแจ WEP

    โดยกุญแจที่จะเข้ารหัสมีความยาว 104 บิต ในรูปแบบตัวเลขฐาน 16 ซึ่งใช้ตำแหน่งที่ 0 (ลำดับแรกในการใส่ค่ากุญแจในตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย)โดยใส่ค่า "8e7cd510fba7f71ef29abc63ce"

    ถ้าไดรเวอร์ของ Network adapter ของระบบไร้สายไม่สามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration

    - ตัว network adapter จะไม่ปรากฏขึ้นมาใน Network Connections แต่มันจะแสดงออกมาเป็น LAN adapter แทนซึ่งจะเหมือนกับการติดต่อทางอีเทอร์เน็ต
    - ใน properties ของ wireless connection จะไม่มีแถบ Wireless Networks
    - และเราจะไม่ได้รับข้อความ notification ที่แสดงว่ามีระบบไร้สายติดตั้งอยู่

    เราจะต้องติดต่อทางผู้ค้าตัวอุปกรณ์เพื่อเอาไดรเวอร์ที่สามารถรองรับกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ที่สามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration แต่ถ้าไม่มีเราต้องติดตั้งด้วยตัวเราเองโดยใช้โปรแกรมที่มากับอุปกรณ์ในการติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้

    7.4 การติดตั้งระบบไร้สายบนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP แบบแอดฮอก

    การรักษาความปลอดภัยของแบบแอดฮอก จำเป็นต้องใช้การตรวจสอบสิทธิแบบระบบเปิด และการเข้ารหัส WEP การติดตั้งจะขึ้นอยู่ว่าไดรเวอร์ของตัว Network adapter นั้นจะสามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration หรือไม่

    ไดรเวอร์ของ Network adapter ของระบบไร้สายสามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

    1. ติดตั้ง Network adapter ลงในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ซึ่งเมื่อติดตั้งเรียบร้อยจะปรากฏ Network Connections ขึ้น ดังรูปที่ 7


รูปที่ 7 ปรากฏ Network adapter ของระบบไร้สายใน Network Connections

    2. เพราะไม่พบอุปกรณ์ระบบไร้สายใดๆ ในบ้านหรือสำนักงานขนาดเล็ก เราจะไม่พบข้อความใน notification area ตรง taskbar ถ้ามีก็ให้คลิ้ก notification แล้วจะพบหน้าต่าง Connect to Wireless Network แล้วเลือก Advanced

    3. ถ้าไม่มี notified ให้คลิ้กขวาบนไอคอนของ network adapter ใน Network Connections และคลิ้ก Properties แล้วเลือกแถบ Wireless Networks

    4. ในหน้าต่าง wireless network adapter properties คลิ้ก Add ใต้ Preferred networks

    5. ในหน้าต่าง Wireless Network Properties พิมพ์ชื่อที่ใช้ติดต่อในแบบแอดฮอก ในช่อง Network name (SSID)

    6. เลือก Data encryption (WEP enabled) และ This is a computer-to-computer (แอดฮอก) network และให้ The key is provided for me automatically ไม่มีเครื่องหมายถูก

    7. ใน Key format ให้เลือกรูปแบบกุญแจ

    8. ใน Key length ให้เลือกขนาดของกุญแจ

    9. ใน Network key ให้พิมพ์กุญแจ WEP

    10. ใน Key index ให้เลือก 0

    11. คลิ้ก OK เพื่อเก็บค่าที่เราได้กำหนดไว้ใน wireless network

    12. คลิ้ก OK เพื่อเซฟค่าที่เราได้กำหนดไว้ใน wireless network adapter

    - โดยค่า SSID คือ HOME-AD HOC
    - เลือกการใช้กุญแจ WEP
    - เลือกการใช้แบบ แอดฮอก
    - โดยกุญแจที่จะเข้ารหัสมีความยาว 104 บิต ในรูปแบบตัวเลขฐาน 16 ซึ่งใช้ตำแหน่งที่ 0 (ลำดับแรกในการใส่ค่ากุญแจในตัวรับสัญญาณระบบไร้สาย) โดยใส่ค่า "19a8bce753ed4e6a410b730fa4"
    - ไดรเวอร์ของ Network adapter ของระบบไร้สายไม่สามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration
    - ตัว network adapter จะไม่ปรากฏขึ้นมาใน Network Connections แต่มันจะแสดงออกมาเป็น LAN adapter แทนซึ่งจะเหมือนกับการติดต่อทางอีเทอร์เน็ต
    - ใน properties ของ wireless connection จะไม่มีแถบ Wireless Networks
    - และเราจะไม่ได้รับข้อความ notification ที่แสดงว่ามีระบบไร้สายติดตั้งอยู่

    เราจะต้องติดต่อทางผู้ค้าตัวอุปกรณ์เพื่อเอาไดรเวอร์ที่สามารถรองรับกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์ XP ที่สามารถรองรับบริการ Wireless Zero Configuration แต่ถ้าไม่มีเราต้องติดตั้งด้วยตัวเราเองโดยใช้โปรแกรมที่มากับอุปกรณ์ในการติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นนี้