เนื้อหาสหสัมพันธ์ |
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ คือ ดัชนีบ่งบอกความชัดเจน หรือความรุนแรง ของสหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัว ในผังการกระจาย
เมื่อให้ r คือ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของตัวอย่าง

เมื่อ n คือจำนวณคู่ของข้อมูล xy (เท่ากับจำนวนจุดบนกราฟ)
คำนวณ r ได้จากสมการ 6.1
S(xx) คือ ผลรวมของกำลังสอง ของผลต่างระหว่างค่า x แต่ละค่า กับ ค่าเฉลี่ย x บาร์
(สมการ 6.2)
S(yy) คือ ผลรวมของกำลังสอง ของผลต่างระหว่างค่า yแต่ละค่า กับ ค่าเฉลี่ย y บาร์
(สมการ 6.3)
S(xy) คือ ค่าความผันแปรร่วมกัน (Covariation) คำนวณจากสมการ 6.4
|
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์
|
ความหมาย
|
|
l r l > 1
|
คำนวณผิด ให้คำนวณใหม่
|
|
r
เข้าใกล้ -1 หรือ 1
|
ตัวแปรทั้งสองมีสหสัมพันธ์ชัดเจน
|
|
r
ยิ่งเข้าใกล้ 0
|
ตัวแปรทั้งสองมีสหสัมพันธ์ยิ่งน้อยลง
|
|
r
= 1 หรือ r = -1
|
ตัวแปรทั้งสองมีสหสัมพันธ์เป็นเส้นตรง
1 เส้น
|
โรงงานผลิตถังพลาสติก เกิดปัญหาถังมีความหนาไม่ได้ขนาด พบว่าความหนาของถัง เป็นผลมาจากความดันลมของเครื่องเป่าถัง โดยความดันลมไม่สม่ำเสมอ จึงทดลองเก็บข้อมูลความดันลม (kgf/cm^2) กับ เปอร์เซ็นต์ถังเสีย (%) เก็บข้อมูล 30 คู่
![]() |
ข้อมูลจากตาราง 6.1 นำมาคำนวณค่าต่าง ๆ แสดงในตาราง 6.2 ได้แก่
|
นำค่าที่คำนวณได้ในตาราง 6.2 ไปแทนค่า

|
ผลลัพธ์
|
ความหมาย
|
|
r = 0.59
|
|
การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ คือ กระบวนการสร้างผังการกระจาย และ คำนวณค่าดัชนีตัวหนึ่ง ได้แก่ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ กระบวนการวิเคราะห์นี้ มีข้อควรสังเกต หรือข้อควรระวัง เพื่อการสรุปผลที่ถูกต้อง ดังต่อไปนี้
เนื่องจากการลงจุดข้อมูลในแกน
x และแกน y นำไปสู่การสังเกตลักษณะกลุ่มข้อมูล และสรุปความสัมพันธ์ระหว่าง
x และ y ดังนั้นการกำหนดสเกล บนแกนทั้งสองจึงสำคัญยิ่ง เพราะการกำหนดสเกลที่ไม่เหมาะสม
จะทำให้การสังเกตและสรุปผลผิดพลาดได้
พิจารณา ตัวอย่างในรูป 6.4
![]() |
|
กรณีที่ข้อมูลมาจาก 2 แหล่ง เช่น เครื่องจักรสองเครื่อง ผู้ผลิตสองราย หรือ พนักงานสองคน ถ้ามีการจำแนกข้อมูลด้วย เมื่อลงจุดข้อมูลในผังการกระจาย จะทำให้เห็นภาพความสัมพันธ์ และวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้องมากขึ้น
|
พิจารณากรณีตัวอย่างในรูป 6.5 (ก)
และ (ข) รูป 6.5 (ก) และ (ข) เป็นผังการกระจาย แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ปริมาณสิ่งแปลกปลอม (x) ที่มีต่อ ความหนืดผลิตภัณฑ์ (y) โดยวัตถุดิบมาจากผู้ขายสองราย เก็บข้อมูลมา 40 ชุด
|
||
|
|
พิจารณากรณีตัวอย่างอีกอันหนึ่งในรูป 6.5 (ค) และ (ง) เมื่อมีข้อมูลจากหลายแหล่ง พึงระวังเรื่องการจำแนกข้อมูล
|
||
|
การเลือกช่วงหรือพิสัยของตัวแปร (โดยเฉพาะในแกน x) ต้องกว้างพอ และ ครอบคลุมช่วงที่แท้จริง ในกระบวนการผลิต
พิจารณา รูป 6.6
การเลือกพิสัยแคบเกินไป ทำให้การวิเคราะห์ ผิดพลาดว่ามีสหสัมพันธ์ ทั้งที่ความจริงไม่มี่
![]() |
รูป 6.3.6 ข้อมูล 30 ชุด ในช่วงแกน x ระหว่าง 0 ถึง 8 ข้อเท็จจริง แสดงว่า ข้อมูลไม่มีสหสัมพันธ์กัน รูป 6.6.1 แต่เมื่อเลือก พิสัยแกน x ระหว่าง 0 ถึง 4 มาลงจุด จะแสดงว่า เหมือน มีสหสัมพันธ ์แบบบวก รูป 6.6.2 ขณะที่เมื่อเลือก พิสัยแกน x ระหว่าง 4 ถึง 8 มาลงจุด จะกลายเป็นว่า มีสหสัมพันธ ์แบบลบ |
พิจารณารูป 6.7
การเลือกพิสัยแคบเกินไป ทำให้การวิเคราะห์ ผิดพลาดจากความจริง ว่าไม่มีสหสัมพันธ์ ทั้งที่ความจริงมีสหสัมพันธ์กัน
|
รูป 6.3.2 ข้อมูล 30 ชุด พิสัยแกน x ระหว่าง 0 ถึง 7แสดงว่ามีสหสัมพันธ์ แบบบวก ชัดเจนพอสมควร รูป 6.7.1 แต่เมื่อตัดตอนข้อมูล 17 ชุด ในพิสัยแกน x ระหว่าง 3 ถึง 6 มาลงจุด ปรากฎว่า เหมือนกับไม่มีสหสัมพันธ์ |
![]() |
เมื่อพบว่ามีสหสัมพันธ์แบบบวก ที่ชัดเจนมาก
(r เกือบเป็น 1) และ ได้ข้อสรุป ว่า y แปรผันตาม x กล่าวคือเมื่อเพิ่มค่า x
มีผลให้ค่า y เพิ่มด้วย
อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถ สรุปได้ว่า ถ้าเพิ่มค่า y แล้ว จะทำให้ค่า x เพิ่มขึ้น
เพราะ x เป็นเพียง ปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อ y อาจมีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อ y
อีก การที่ y เพิ่มขึ้นจึงไม่จำเป็นว่าเกิดจาก x ที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
สหสัมพันธ์ที่ไม่เป็นจริง คือ การที่อนุมานว่า เมื่อ y เปลี่ยนแปลงตาม x แล้ว
x จะต้องแปรผันตรงกับ y ด้วยเสมอไป ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ต้องระวัง การสรุปผล
ย้อนกลับ จากการทำผังการกระจาย และวิเคราะหสหสัมพันธ์ แบบนี้ให้มากไว้
|
|
|
|