ปรัชญา

   ระบบไฟฟ้าเป็นรากฐานที่สำคัญมากในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ประเทศชาติ ระบบไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิต และความเป็นอยู่ของมนุษย์ เพราะไฟฟ้าเป็นพลังงานพื้นฐานในการแปรรูปเป็นพลังงานรูปแบบอื่นๆ  การนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้งานเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในปัจจุบันจะเห็นได้จากภาคอุตสาหกรรม เมื่อก้าวย่างเข้าไปในบริเวณโรงงานอุตสาหกรรมก็จะพบว่ามีการใช้กลไกต่างๆ  เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า เครื่องมือวัดทางอุตสาหกรรม  บางโรงงานก็อาจพึ่งพาแรงงานคน  แต่อีกจำนวนไม่น้อยที่พึ่งพาหุ่นยนต์และกลไกอัตโนมัติต่างๆ นักอุตสาหกรรมไม่น้อยเมื่อใช้งานกลไกและระบบอัตโนมัติ  จะนึกถึงว่าเป็นหน้าที่ของวิศวกรไฟฟ้า  หรือวิศวกรสาขาอื่นๆที่ใกล้เคียง

   สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาการด้านระบบการผลิต การส่งจ่ายและการใช้พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งพลังงานทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น การควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้า ระบบกลไกหรือควบคุมการขับเคลื่อนมอเตอร์แบบอัตโนมัติว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากมายต่อพัฒนาการทางอุตสาหกรรมของชาติ  นอกจากนั้นแล้วธรรมชาติของวิทยาการแขนงนี้ยังเป็นพหุวิทยาการด้วย สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าเล็งเห็นว่าการสร้างกำลังคนของชาติ  ที่มีความรู้ความสามารถในวิทยาการระบบการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดนั้นมีความจำเป็นและสำคัญ ที่จะรองรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของประเทศจากภาคการเกษตรไปเป็นภาค เกษตรอุตสาหกรรม  หลักสูตรวิศวกรรมไฟฟ้ามหาบัณฑิต จึงได้มีการพัฒนาหลักสูตรนี้ขึ้นเพื่อการผลิตวิศวกร นักวิชาการ ที่มีความรู้ความสามารถขั้นสูงทางด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า การควบคุมกำลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม  นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการดำเนินงานวิจัยได้อย่างมีคุณภาพ สามารถผลิตงานวิจัยออกมาในรูปเชิงพาณิชย์ เพื่อจะได้เป็นหลักในการพัฒนาเทคโนโลยีให้แก่ชาติต่อไป

        ดังนั้นเพื่อให้หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงเน้นทางการวิจัยและวิทยานิพนธ์  โดยนักศึกษาสามารถเลือกเรียนแบบงานวิจัยล้วน  หรือแบบมีการเรียนรายวิชาบรรยายผนวกกับงานวิจัย  ทั้งนี้ขึ้นกับพื้นฐานทางความรู้และทักษะของนักศึกษาแต่ละราย โดยผู้เลือกแบบวิจัยล้วนจะต้องมีความรู้พื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์ในเกณฑ์ดี มาก   เช่น คณิตศาสตร์  ระบบควบคุม ไฟฟ้ากำลัง  ไฟฟ้าแรงสูง  และระบบอิเล็กทรอนิกส์กำลัง เป็นต้น 

หลักสูตร / เว็บไซต์สาขาวิชาฯ