<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>King Mongkut's Institute of Technology Ladkrabang</title>
	<atom:link href="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch</link>
	<description>Just another WordPress weblog</description>
	<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 08:40:07 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>จมูกจิ๋วสูดดมมลพิษ</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=557</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=557#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Oct 2010 07:06:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<category><![CDATA[Add new tag]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=557</guid>
		<description><![CDATA[จมูกจิ๋วพิชิตมลพิษร้าย
ดร.วินัดดา วงศ์วิริยะพันธ์
มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมลพิษทางอากาศก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าจะเป็นด้านกลิ่น ความรำคาญ ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบหายใจ และระบบหัวใจและปอด ดังนั้นการติดตามเฝ้าระวังปริมาณมลพิษในบรรยากาศจึงเป็นภารกิจหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน  จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ดร.วินัดดา วงศ์วิริยะพันธ์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนพัฒนาจมูกจิ๋วตรวจวัดคุณภาพอากาศ เน้นประสิทธิภาพสูง ตรวจจับก๊าซเป้าหมายพบแม้ปนเปื้อนปริมาณเล็กน้อย เพื่อหวังเป็นอุปกรณ์ทางเลือกในการบริหารจัดการสภาพอากาศในอนาคต ซึ่งอยู่ระหว่างวิจัยพัฒนา &#8220;ก๊าซเซ็นเซอร์&#8221; อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยประยุกต์ใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ เพื่อให้ได้อุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด ประสิทธิภาพสูง มีความไวต่อก๊าซแม้มีปริมาณน้อย รวมถึงตอบสนองต่อก๊าซอย่างรวดเร็วในอุณหภูมิห้อง สำหรับเป็นผู้ช่วยเฝ้าระวังมลภาวะทางอากาศในอนาคต 
    โดยทีมวิจัยได้ผสมผสานนาโนเทคโนโลยีกับเทคโนโลยีก๊าซเซ็นเซอร์ในปัจจุบัน เริ่มจากการสังเคราะห์คาร์บอนนาโนทิวบ์ ให้มีลักษณะการเรียงตัวลักษณะแนวนอน และความหนาแน่นตามที่ต้องการใช้งาน ลงบนแผ่นอะลูมินา ซึ่งใช้สำหรับก๊าซเซ็นเซอร์ทั่วไป คาร์บอนนาโนทิวบ์จะเพิ่มคุณสมบัติให้เซ็นเซอร์มีพื้นที่ผิวสัมผัสก๊าซมากขึ้น
จมูกจิ๋วตรวจอากาศดังกล่าว ทำงานโดยการตรวจจับก๊าซ และแปลงเป็นค่านำไฟฟ้าแสดงผลบนหน้าจอ บอกให้ผู้ดูแลระบบทราบถึงสภาพอากาศในพื้นที่เป้าหมายการตรวจ เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ แยกไฟแดง โรงงานสารเคมี ว่ามีก๊าซไม่พึงประสงค์ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ คลอรีน โอโซน ปนเปื้อนในอากาศเกินปริมาณที่กำหนดไว้หรือไม่ หรือเพื่อประโยชน์ในการดูแลบริหารจัดการมลภาวะทางอากาศที่เหมาะสม
 ก๊าซเซ็นเซอร์หรือจมูกจิ๋วดูแลมลภาวะทางอากาศที่พัฒนาได้ จากการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นพบ สามารถตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ได้จริงใกล้เคียงอุปกรณ์วัดมาตรฐานที่ใช้งานอยู่ ทั้งยังแจ้งเตือนเป็นสัญญาณเสียงได้ด้วย โดยสามารถตรวจวัดที่ระดับพีพีบี หรือ 1 ในพันล้านส่วน ในเวลาไม่ถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="TEXT-ALIGN: left; LINE-HEIGHT: normal; MARGIN: 0cm 0cm 10pt"><strong><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 20pt;" lang="TH">จมูกจิ๋วพิชิตมลพิษร้าย</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: right; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="right"><em><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 12pt;" lang="TH">ดร.วินัดดา วงศ์วิริยะพันธ์<strong></strong></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;" lang="TH">มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้นในเขตเมือง โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร เนื่องจากมลพิษทางอากาศก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพอนามัย ไม่ว่าจะเป็นด้านกลิ่น ความรำคาญ ตลอดจนผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวกับระบบหายใจ และระบบหัวใจและปอด ดังนั้นการติดตามเฝ้าระวังปริมาณมลพิษในบรรยากาศจึงเป็นภารกิจหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;">  <span lang="TH">จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ดร.วินัดดา วงศ์วิริยะพันธ์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนาโนพัฒนาจมูกจิ๋วตรวจวัดคุณภาพอากาศ เน้นประสิทธิภาพสูง ตรวจจับก๊าซเป้าหมายพบแม้ปนเปื้อนปริมาณเล็กน้อย เพื่อหวังเป็นอุปกรณ์ทางเลือกในการบริหารจัดการสภาพอากาศในอนาคต ซึ่งอยู่ระหว่างวิจัยพัฒนา</span> &#8220;<span lang="TH">ก๊าซเซ็นเซอร์&#8221; อุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยประยุกต์ใช้คาร์บอนนาโนทิวบ์ เพื่อให้ได้อุปกรณ์ขนาดกะทัดรัด ประสิทธิภาพสูง มีความไวต่อก๊าซแม้มีปริมาณน้อย รวมถึงตอบสนองต่อก๊าซอย่างรวดเร็วในอุณหภูมิห้อง สำหรับเป็นผู้ช่วยเฝ้าระวังมลภาวะทางอากาศในอนาคต</span> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;">    <span lang="TH">โดยทีมวิจัยได้ผสมผสานนาโนเทคโนโลยีกับเทคโนโลยีก๊าซเซ็นเซอร์ในปัจจุบัน เริ่มจากการสังเคราะห์คาร์บอนนาโนทิวบ์ ให้มีลักษณะการเรียงตัวลักษณะแนวนอน และความหนาแน่นตามที่ต้องการใช้งาน ลงบนแผ่นอะลูมินา ซึ่งใช้สำหรับก๊าซเซ็นเซอร์ทั่วไป คาร์บอนนาโนทิวบ์จะเพิ่มคุณสมบัติให้เซ็นเซอร์มีพื้นที่ผิวสัมผัสก๊าซมากขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;" lang="TH">จมูกจิ๋วตรวจอากาศดังกล่าว ทำงานโดยการตรวจจับก๊าซ และแปลงเป็นค่านำไฟฟ้าแสดงผลบนหน้าจอ บอกให้ผู้ดูแลระบบทราบถึงสภาพอากาศในพื้นที่เป้าหมายการตรวจ เช่น ฟาร์มปศุสัตว์ แยกไฟแดง โรงงานสารเคมี ว่ามีก๊าซไม่พึงประสงค์ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ คลอรีน โอโซน ปนเปื้อนในอากาศเกินปริมาณที่กำหนดไว้หรือไม่ หรือเพื่อประโยชน์ในการดูแลบริหารจัดการมลภาวะทางอากาศที่เหมาะสม</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;"> <span lang="TH">ก๊าซเซ็นเซอร์หรือจมูกจิ๋วดูแลมลภาวะทางอากาศที่พัฒนาได้ จากการทดสอบประสิทธิภาพเบื้องต้นพบ สามารถตรวจวัดก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ได้จริงใกล้เคียงอุปกรณ์วัดมาตรฐานที่ใช้งานอยู่ ทั้งยังแจ้งเตือนเป็นสัญญาณเสียงได้ด้วย โดยสามารถตรวจวัดที่ระดับพีพีบี หรือ </span>1 <span lang="TH">ในพันล้านส่วน ในเวลาไม่ถึง </span>1 <span lang="TH">นาที ทั้งนี้ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์เป็นก๊าซพิษที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงที่เกิดในโรงงานอุตสาหกรรม หรือท่อไอเสียรถยนต์ แม้กระทั่งการปรุงอาหารในครัว หากมีปริมาณมากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</span></span></p>
<p> </p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;" lang="TH">ซึ่งงานวิจัยชิ้นนี้เป็นความร่วมมือของ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">วิทยาลัยเทคนาโนโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง <span style="color: black;">กับ การวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยโอซากา และบริษัท ชิน คอส มอส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเทคโนโลยีก๊าซเซ็นเซอร์ในญี่ปุ่น </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt;"><img class="aligncenter size-full wp-image-563" title="n022" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/10/n022.jpg" alt="n022" width="434" height="226" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=557</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>นักศึกษา สจล.โชว์เครื่องสแกนฯสำหรับอนาคต</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=433</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=433#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 04:42:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=433</guid>
		<description><![CDATA[

นักศึกษา สจล.โชว์เครื่องสแกนฯสำหรับอนาคต
 

ทีมนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วางแผนพัฒนาอุปกรณ์ถ่ายสำเนาดิจิทัลแผ่นบาง ไม่ต้องใช้แสงจ้าเพื่อสแกนภาพ ตั้งเป้าให้เป็นอุปกรณ์ติดตั้งลงบนฝาโน้ตบุ๊คในตัว
วุฒิพงษ์ พิพัฒน์พัลลภ นักศึกษาปี 3 จากภาควิชาฟิสิกส์ประยุกต์ สาขาฟิสิกส์ประยุกต์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หนึ่งในทีมพัฒนาชี้จุดเด่นว่า สแกนเนอร์ที่สมาชิกร่วมกันพัฒนาขึ้นพิเศษกว่าอุปกรณ์ทั่วไปตรงที่ไม่ต้องใช้แสงสว่างเพื่อถ่ายสำเนาดิจิทัล และจะพัฒนาให้บางจนแนบไปกับฝาโน้ตบุ๊คได้ 
 &#8221;เครื่องถ่ายเอกสารแบบเดิมต้องใช้แหล่งกำเนิดแสงความเข้มสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาทางสุขภาพสายตาของผู้ใช้ในระยะยาว มีราคาสูง และกินพลังงานมาก&#8221; ตัวแทนทีมวิจัยกล่าว
เครื่องสแกนเนอร์ของพวกเขาอาศัยการเก็บข้อมูลของคาปาซิทีฟเซ็นเซอร์ (capacitive sensor) ที่ทีมวิจัยพัฒนาให้มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ ขนาด 16&#215;16 นิ้ว ติดตั้งอยู่บนแผ่นวงจร ทำหน้าที่เก็บค่าบนแผ่นกระดาษที่กำหนดให้สีขาวเป็นค่าหนึ่ง และสีดำอีกค่าหนึ่ง ข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผล เพื่อแสดงเป็นไฟล์ภาพบนจอคอมพิวเตอร์ พร้อมสำหรับนำไปใช้งานตกแต่งด้วยโปรแกรมกราฟฟิก และสั่งพิมพ์งานออกมาเป็นเอกสารจากเครื่องพิมพ์ได้ทันที
 เครื่องสแกนเนอร์แผ่นบางต้นแบบ 2 รุ่นแรกยังให้รายละเอียดของภาพในระดับต่ำ เนื่องจากมีสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีผลต่อตัวเซ็นเซอร์เก็บประจุ สำหรับเครื่องรุ่นที่ 3 ล่าสุดให้รายละเอียดภาพมากขึ้น แต่ยังถูกรบกวนจากคลื่นความถี่จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยรอบแม้จะนำเอาแผ่นทองแดงมารองไว้ใต้อุปกรณ์ เพื่อลดการรบกวนสัญญาณแล้วก็ตาม ทำให้ต้องปรับปรุงต่อไป
 &#8221;ทีมวิจัยมีเป้าหมายพัฒนาเครื่องสแกนเนอร์ไร้แสงให้มีขนาดเล็กบาง และต้นทุนต่ำเพื่อติดตั้งใช้งานกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอนาคต&#8221; วุฒิพงษ์กล่าว
 จุดเด่นของเครื่องสแกนไร้แสง คือ ลดความเสี่ยงให้กับดวงตาผู้ใช้ อุปกรณ์มีขนาดเล็ก สามารถโอนถ่ายข้อมูลจากแผ่นใสได้อย่างครบถ้วน และยังใช้ตรวจธนบัตรปลอม และถ่ายสำเนาข้อมูลเอกสารอักษรเบลล์ได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ด้วยทุนสนับสนุนวิจัยและพัฒนาจำนวนเล็กน้อย ทำให้ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้จริง และยังมีต้นทุนการจ้างทำแผ่นฟิล์มวงจรให้มีขนาดเล็กลงระดับพิกเซล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div></div>
<p><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH"></p>
<p class="MsoNormalCxSpFirst" style="text-align: center; line-height: normal;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH"><strong>นักศึกษา สจล.โชว์เครื่องสแกนฯสำหรับอนาคต</strong></span></p>
<p> </p>
<p></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpFirst" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">ทีมนักศึกษาจาก</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> (<span lang="TH">สจล.) วางแผนพัฒนาอุปกรณ์ถ่ายสำเนาดิจิทัลแผ่นบาง ไม่ต้องใช้แสงจ้าเพื่อสแกนภาพ ตั้งเป้าให้เป็นอุปกรณ์ติดตั้งลงบนฝาโน้ตบุ๊คในตัว</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">วุฒิพงษ์ พิพัฒน์พัลลภ นักศึกษาปี </span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">3 <span lang="TH">จากภาควิชาฟิสิกส์ประยุกต์ สาขาฟิสิกส์ประยุกต์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์ </span></span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> (<span lang="TH">สจล.) หนึ่งในทีมพัฒนาชี้จุดเด่นว่า สแกนเนอร์ที่สมาชิกร่วมกันพัฒนาขึ้นพิเศษกว่าอุปกรณ์ทั่วไปตรงที่ไม่ต้องใช้แสงสว่างเพื่อถ่ายสำเนาดิจิทัล และจะพัฒนาให้บางจนแนบไปกับฝาโน้ตบุ๊คได้</span> </span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> &#8221;<span lang="TH">เครื่องถ่ายเอกสารแบบเดิมต้องใช้แหล่งกำเนิดแสงความเข้มสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อปัญหาทางสุขภาพสายตาของผู้ใช้ในระยะยาว มีราคาสูง และกินพลังงานมาก&#8221; ตัวแทนทีมวิจัยกล่าว</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">เครื่องสแกนเนอร์ของพวกเขาอาศัยการเก็บข้อมูลของคาปาซิทีฟเซ็นเซอร์</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> (capacitive sensor) <span lang="TH">ที่ทีมวิจัยพัฒนาให้มีลักษณะเป็นจุดเล็กๆ ขนาด </span>16&#215;16 <span lang="TH">นิ้ว ติดตั้งอยู่บนแผ่นวงจร ทำหน้าที่เก็บค่าบนแผ่นกระดาษที่กำหนดให้สีขาวเป็นค่าหนึ่ง และสีดำอีกค่าหนึ่ง ข้อมูลจะถูกส่งไปยังหน่วยประมวลผล เพื่อแสดงเป็นไฟล์ภาพบนจอคอมพิวเตอร์ พร้อมสำหรับนำไปใช้งานตกแต่งด้วยโปรแกรมกราฟฟิก และสั่งพิมพ์งานออกมาเป็นเอกสารจากเครื่องพิมพ์ได้ทันที</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> <span lang="TH">เครื่องสแกนเนอร์แผ่นบางต้นแบบ</span> 2 <span lang="TH">รุ่นแรกยังให้รายละเอียดของภาพในระดับต่ำ เนื่องจากมีสัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีผลต่อตัวเซ็นเซอร์เก็บประจุ สำหรับเครื่องรุ่นที่ </span>3 <span lang="TH">ล่าสุดให้รายละเอียดภาพมากขึ้น แต่ยังถูกรบกวนจากคลื่นความถี่จากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยรอบแม้จะนำเอาแผ่นทองแดงมารองไว้ใต้อุปกรณ์ เพื่อลดการรบกวนสัญญาณแล้วก็ตาม ทำให้ต้องปรับปรุงต่อไป</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> &#8221;<span lang="TH">ทีมวิจัยมีเป้าหมายพัฒนาเครื่องสแกนเนอร์ไร้แสงให้มีขนาดเล็กบาง และต้นทุนต่ำเพื่อติดตั้งใช้งานกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในอนาคต&#8221; วุฒิพงษ์กล่าว</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span><span lang="TH">จุดเด่นของเครื่องสแกนไร้แสง คือ ลดความเสี่ยงให้กับดวงตาผู้ใช้ อุปกรณ์มีขนาดเล็ก สามารถโอนถ่ายข้อมูลจากแผ่นใสได้อย่างครบถ้วน และยังใช้ตรวจธนบัตรปลอม และถ่ายสำเนาข้อมูลเอกสารอักษรเบลล์ได้ด้วย</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">อย่างไรก็ตาม ด้วยทุนสนับสนุนวิจัยและพัฒนาจำนวนเล็กน้อย ทำให้ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้จริง และยังมีต้นทุนการจ้างทำแผ่นฟิล์มวงจรให้มีขนาดเล็กลงระดับพิกเซล หรือ </span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;">32&#215;32 <span lang="TH">พิกเซล เพื่อให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลภาพที่ต้องการถ่ายสำเนาดิจิทัลให้มีความละเอียดขึ้น</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><span lang="TH">            </span><span lang="TH">รูปแบบการนำไปใช้งานของเครื่องสแกนไร้แสงในอนาคต วุฒิพงษ์บอกว่า เหมาะผนึกติดอยู่บนฝาด้านหน้าของโน้ตบุ๊ค เพื่อความสะดวกในการใช้งานที่พกพาไปกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ทุกที่ในเครื่องเดียว</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"><span lang="TH">            </span><span lang="TH">เครื่องถ่ายสำเนาดิจิทัลไร้แสง เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากการรวมตัวกันของนักศึกษา จากสาขาฟิสิกส์ประยุกต์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรม ภาควิชาฟิสิกส์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ </span></span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง </span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">รศ.อนุพงศ์ สรงประภา อาจารย์ภาควิชาฟิสิกส์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ สจล. ที่ปรึกษาโครงการเสริมว่า ต้นทุนในการพัฒนาเครื่องต้นแบบทีมนักศึกษาใช้ไปเพียง</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 1 <span lang="TH">หมื่นกว่าบาทเท่านั้น โดยได้รับการสนับสนุนจากภาควิชา และเชื่อว่าหากต่อยอดเชิงพาณิชย์ในอนาคต จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้โน้ตบุ๊คได้หลายเท่า</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;" lang="TH">ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; color: black; font-size: 16pt; mso-ascii-theme-font: major-bidi; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-theme-font: major-bidi; mso-bidi-theme-font: major-bidi;"> 1 <span lang="TH">และรางวัลนวัตกรรมวิจัยยอดเยี่ยม โครงการประกวดแผนการวิจัย เพื่อการต่อยอดเชิงธุรกิจ จากการประกวด &#8220;</span>ICT <span lang="TH">สร้างไทยเข้มแข็ง&#8221; จัดโดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=433</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ม้า(นั่ง)นอกสาย เข้าวินที่สิงคโปร์</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=430</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=430#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:52:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=430</guid>
		<description><![CDATA[ม้า(นั่ง)นอกสาย เข้าวินที่สิงคโปร์
 
น้องนัท หรือนายศิรวัชร  รังสฤษโยธิน นักศึกษาชั้นปี 5 สาขาวิชาศิลปะอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ได้เล่าถึงประสบการณ์หลังจากได้รับรางวัล FDA  Grand Aaward (ชนะเลิศ และ Best Materials Award (ใช้วัสดุยอดเยี่ยม) จากการเข้าร่วมประกวดในโครงการ Singapore Furniture Design Award 2010 ว่าเป็นโครงการประกวดออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระดับนานาชาติ มีประเทศเข้าร่วมการประกวด 19 ประเทศ มีทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งตัวนัทเองได้เข้าไปประกวดในรุ่น Students   Category  อีก 2 คือ Young Designers Category และ  Open Category ในปีนี้มีเพื่อนๆร่วมส่งผลงานเข้าประกวดจากชั้นปีเดียวกันจำนวน 15 คน แต่นัทเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวที่ได้เข้ารอบสุดท้ายและได้โอกาสไปโชว์ผลงานที่ Singapore Expo ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 – 14 มีนาคม 2553 
“จุดเริ่มต้นของการเข้าประกวดเริ่มจากอาจารย์กลุ่มเฟอร์นิเจอร์กำหนดให้นักศึกษาในสาขาการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชั้นที่ปี 5 ต้องส่งผลงานทุกคน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;" align="center"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH">ม้า(นั่ง)นอกสาย เข้าวินที่สิงคโปร์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><strong><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"> </span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH">น้องนัท หรือนายศิรวัชร<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>รังสฤษโยธิน นักศึกษาชั้นปี 5</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"> สาขาวิชาศิลปะอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH"> ได้เล่าถึงประสบการณ์หลังจากได้รับรางวัล </span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';">FDA  Grand Aaward (<span lang="TH">ชนะเลิศ และ </span>Best Materials Award (<span lang="TH">ใช้วัสดุยอดเยี่ยม) จากการเข้าร่วมประกวดในโครงการ </span>Singapore Furniture Design Award 2010 <span lang="TH">ว่าเป็นโครงการประกวดออกแบบเฟอร์นิเจอร์ระดับนานาชาติ มีประเทศเข้าร่วมการประกวด</span> 19 <span lang="TH">ประเทศ มีทั้งหมด 3 รุ่น ซึ่งตัวนัทเองได้เข้าไปประกวดในรุ่น</span> Students<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>Category  <span lang="TH">อีก </span>2 <span lang="TH">คือ</span> Young Designers Category <span lang="TH">และ</span>  Open Category <span lang="TH">ในปีนี้มีเพื่อนๆร่วมส่งผลงานเข้าประกวดจากชั้นปีเดียวกันจำนวน 15 คน แต่นัทเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวที่ได้เข้ารอบสุดท้ายและได้โอกาสไปโชว์ผลงานที่ </span>Singapore Expo <span lang="TH">ณ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 8 – 14 มีนาคม 2553 </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH">“จุดเริ่มต้นของการเข้าประกวดเริ่มจากอาจารย์กลุ่มเฟอร์นิเจอร์กำหนดให้นักศึกษาในสาขาการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชั้นที่ปี 5 ต้องส่งผลงานทุกคน ผมว่าดีนะ อาจารย์เขาเริ่มวางรากฐานไว้แบบนี้ทุกปี เด็กพระจอมเกล้าลาดกระบังจะได้มีชื่อในรายการนี้ทุกปี เวลาพูดถึง </span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';">FDA <span lang="TH">จะได้นึกถึง สจล. อันดับแรก อย่างเช่นนับย้อนไป 2 ปี รุ่นพี่ผมก็ได้รางวัลที่1 ปีที่แล้วรุ่นพี่ก็คว้าที่1 รุ่น </span>young designer<span lang="TH"> มาเหมือนกันครับ” น้องนัทกล่าว</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span><span lang="TH">เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของตัวเองว่า งานชิ้นนี้มันเริ่มจากการใช้รูปทรงเลขาคณิต ที่มีความสมมาตร สมดุล ซึ่งแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ผมชอบใช้ในงานออกแบบ และเพิ่มจังหวะและทิศทางให้มันไม่ดูนิ่งจนเกินไป จากนั้นค่อยหาแรงบันดาลใจที่สามารถจับต้องและเข้าใจได้ง่าย ที่สําคัญต้องใกล้เคียงกับคําว่ารูปทรงเลขาคณิตในข้างต้น สิ่งที่ได้มาคือ ออริกามิ</span>  <span lang="TH">การพับกระดาษแบบญี่ปุ่น ซึ่งหากมองมันจริงๆ จะเห็นอะไรง่ายๆ ในตัวมันให้เล่นเยอะมาก เช่น ความเบา ความบาง รอยพับของกระดาษ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาๆ แต่ที่ท้าทายคือเราจะนําเสนอให้กรรมการเห็นในรูปแบบไหน <span style="background: white;">ส่วนความโดดเด่นของผลงานน่าจะเป็นด้านโครงสร้าง เพราะมันเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มีโครงสร้างที่เห็นจากภายนอก ทําให้ดูเหมือนนั่งไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนัก แต่ที่จริงแล้วสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง วัสดุที่ใช้คือไม้โอ๊คธรรมดาทั่วไป </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"><span lang="TH"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span>นอกจากรางวัลที่ได้รับแล้วนัทยังเล่าถึงความประทับใจที่ได้รับว่า “ได้รับประสบการณ์ล้วนๆ ตั้งแต่ การติดต่อโรงงาน ต้องเข้าไปเคลียแบบ </span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';">drawing <span lang="TH">เพื่อผลิตจริง อย่างโมเดลตัวสุดท้าย กว่าจะได้มาต้องสั่งทําถึง </span>5 <span lang="TH">ตัว</span>  <span lang="TH">ในระหว่างนั้นได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างที่สามารถนําไปใช้งานจริงได้แน่นอน</span> <span lang="TH">แต่ที่ดีใจที่สุดคือ ได้เจอ</span> Mr.Naoto Fukasawa <span lang="TH">นักออกแบบที่ผมชอบผลงานการออกแบบของเขามาก ซึ่งเขายังเป็นกรรมการตรวจผลงานและให้คะแนนเฟอร์นิเจอร์ของนัทด้วย” นัทกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span>ก่อนจบการสนทนานัทให้ข้อคิดว่า “ในความคิดของผมเป็นเรื่องน่าเสียดายที่คนไทยส่วนมากยังไม่ บริโภคสินค้าประเภทนี้หรืออุดหนุนสินค้าของคนไทยด้วยกันเองมากนัก อาจเป็นเพราะเศรษฐกิจในบ้านเราหรือเรื่องอื่นๆที่ขัดขวางทางเจริญเติบโตของวงการนี้ ได้แต่หวังว่าในอนาคตอันใกล้เมืองไทยจะดีขั้นกว่านี้อย่างตอนไปที่สิงคโปร์ ได้มีโอกาสคุยกับนักศึกษาที่นั่น เขาเล่าให้ฟังเรื่องการสนับสนุนจากภาครัฐ ต้องยอมรับว่าประเทศเขาได้รับการสนับสนุนที่ดีกว่าเราจริง” น้องนัทกล่าวทิ้งท้าย</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span><span lang="TH">เป็นผลงงานที่ได้รับการสร้างสรรค์โดยนักศึกษาของ สจล. แม้จะเป็นเก้าอี้(ม้านั่ง)ที่ดูแล้วแสนจะธรรมดา แต่เต็มไปด้วยจินตนาการของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอย่างมากมายจนสามารถเอาชนะใจกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"><span lang="TH"><img class="alignnone size-full wp-image-464" title="forweb-fda2010" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-fda2010.jpg" alt="forweb-fda2010" width="800" height="533" /></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; line-height: normal; margin: 0cm 0cm 0pt; background: white;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman';"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=430</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สเปรย์และเจลสมุนไพรไล่แมลงร้ายทำลายสุขภาพ</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=427</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=427#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:49:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=427</guid>
		<description><![CDATA[สเปรย์และเจลสมุนไพรไล่แมลงร้ายทำลายสุขภาพ

ยุงและแมลงวันบ้านเป็นแมลงที่สร้างปัญหาให้กับทั้งมนุษย์และสัตว์เลี้ยง เพราะยุงเป็นแมลงที่เจาะดูดกินเลือดของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นอาหาร และยังเป็นแมลงพาหะนำโรคหลายชนิดมาสู่มนุษย์และสัตว์เลี้ยง เช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ ไข้จับสั่น มาเลเรีย โรคเท้าช้าง และพยาธิหนอนหัวใจ เป็นต้น สำหรับแมลงวันบ้านนั้น แม้เป็นแมลงที่ไม่ได้กินเลือดมนุษย์เป็นอาหารแต่ก็เป็นแมลงศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ เพราะเป็นแมลงที่ก่อความรำคาญให้กับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นแมลงพาหะนำโรคได้มากกว่า 100 ชนิด อาทิ ท้องล่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ ตาแดง แอนแทรกซ์ เต้านมอักเสบ และพยาธิต่างๆ  
ในการป้องกันกำจัดแมลงทั้งสองชนิดนี้ส่วนมากในปัจจุบันจะใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการกำจัดแมลงดังกล่าว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้สร้างความไม่ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง และไม่เหมาะสมในการนำมาใช้ในบ้านเรือนโดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดอาการแพ้สารเคมี ผิวหนังอักเสบ รวมทั้งทำให้เกิดอาการหายใจขัดข้อง ช็อคหมดสติ หรือถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้สารเคมีเหล่านี้ยังสามารถตกค้างในร่างกายและเป็นผลทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคโลหิตจาง สมองเสื่อม มะเร็งในสมอง และมะเร็งในเม็ดเลือดได้เช่นกัน
ด้วยปัญหาที่มากมายจากการใช้สารเคมีกำจัดยุงและแมลงวันบ้านนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ รองศาสตราจารย์ ดร. มยุรา  สุนย์วีระ อาจารย์ประจำสาขาผลิตพืช  คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และนักวิจัยร่วมโครงการช่วยกันคิดผลิตภัณฑ์เพื่อกำจัดแมลงเหล่านี้จนเป็นผลสำเร็จ
รองศาสตราจารย์ ดร. มยุรา  สุนย์วีระ อธิบายขั้นตอนในการวิจัยและวิธีการผลิตสเปรย์สมุนไพรและเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้านนั้นว่า องค์ประกอบหลักคือการนำพืชสมุนไพรที่มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยงและสภาพแวดล้อมมาเป็นส่วนประกอบหลัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormalCxSpFirst" style="text-align: center;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 18pt;" lang="TH">สเปรย์และเจลสมุนไพรไล่</span></strong><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 18pt;" lang="TH">แมลงร้ายทำลายสุขภาพ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-align: center;" align="center"><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ยุงและแมลงวันบ้านเป็นแมลงที่สร้างปัญหาให้กับทั้งมนุษย์และสัตว์เลี้ยง เพราะยุงเป็นแมลงที่เจาะดูดกินเลือดของมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นอาหาร และยังเป็นแมลงพาหะนำโรคหลายชนิดมาสู่มนุษย์และสัตว์เลี้ยง เช่น ไข้เลือดออก ไข้สมองอักเสบ ไข้จับสั่น มาเลเรีย โรคเท้าช้าง และพยาธิหนอนหัวใจ เป็นต้น สำหรับแมลงวันบ้านนั้น แม้เป็นแมลงที่ไม่ได้กินเลือดมนุษย์เป็นอาหารแต่ก็เป็นแมลงศัตรูตัวฉกาจของมนุษย์ เพราะเป็นแมลงที่ก่อความรำคาญให้กับมนุษย์และสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างมาก ทั้งยังเป็นแมลงพาหะนำโรคได้มากกว่า 100 ชนิด อาทิ ท้องล่วง อหิวาตกโรค อาหารเป็นพิษ ตาแดง แอนแทรกซ์ เต้านมอักเสบ และพยาธิต่างๆ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ในการป้องกันกำจัดแมลงทั้งสองชนิดนี้ส่วนมากในปัจจุบันจะใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการกำจัดแมลงดังกล่าว ซึ่งสารเคมีเหล่านี้สร้างความไม่ปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยง และสภาพแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง และไม่เหมาะสมในการนำมาใช้ในบ้านเรือนโดยเฉพาะในบ้านที่มีเด็กเล็ก ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เกิดอาการแพ้สารเคมี ผิวหนังอักเสบ รวมทั้งทำให้เกิดอาการหายใจขัดข้อง ช็อคหมดสติ หรือถ้าอาการรุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนี้สารเคมีเหล่านี้ยังสามารถตกค้างในร่างกายและเป็นผลทำให้เกิดโรคร้ายแรงต่างๆ เช่น โรคโลหิตจาง สมองเสื่อม มะเร็งในสมอง และมะเร็งในเม็ดเลือดได้เช่นกัน</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ด้วยปัญหาที่มากมายจากการใช้สารเคมีกำจัดยุงและแมลงวันบ้านนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ รองศาสตราจารย์ ดร. มยุรา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สุนย์วีระ อาจารย์ประจำสาขาผลิตพืช<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) และนักวิจัยร่วมโครงการช่วยกันคิดผลิตภัณฑ์เพื่อกำจัดแมลงเหล่านี้จนเป็นผลสำเร็จ</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">รองศาสตราจารย์ ดร. มยุรา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สุนย์วีระ อธิบายขั้นตอนในการวิจัยและวิธีการผลิตสเปรย์สมุนไพรและเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้านนั้นว่า องค์ประกอบหลักคือการนำพืชสมุนไพรที่มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ สัตว์เลี้ยงและสภาพแวดล้อมมาเป็นส่วนประกอบหลัก โดยได้นำพืชสมุนไพรของไทย 2 วงศ์มาใช้ในการทดลองคือ 1.วงศ์หญ้า (</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Gramineae<span lang="TH">) เช่น ตะไคร้ ตะไคร้หอม 2.วงศ์ขิงข่า (</span>Zingiberaceae<span lang="TH">) เช่น ขมิ้นชัน ไพร โดยนำพืชสมุนไพรที่ต้องการศึกษาต่างๆเหลานี้ มากลั่นเป็นน้ำมันหอมระเหยก่อน จากนั้นจึงนำน้ำมันหอมระเหยที่ได้มาผลิตตามกระบวนการวิจัยเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์ไล่ยุงและแมลงวันบ้านดังกล่าว วิธีการใช้ก็ง่ายๆด้วยการฉีดพ่นในห้องหรือพื้นที่อยู่อาศัย ถ้าเป็นเจลก็สามารถทาที่ผิวได้ตามปกติ ซึ่งการใช้ 1 ครั้งนั้นสามารถไล่ยุงและแมลงวันบ้านได้นานถึง 1.5 – 2.0 ชั่วโมง และยังมีราคาถูก</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">“ผลิตภัณฑ์สเปรย์สมุนไพรและเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้านกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการจดสิทธิบัตร และยังมีพืชสมุนไพรอื่นๆ มากกว่า 10 ชนิด ที่อยู่ในระหว่างการวิจัยและพัฒนาเป็นสเปรย์สมุนไพรและเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้าน และหากมองไปไกลว่านี้อีกนิด ถ้าเรานำสเปรย์สมุนไพรและเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้านไปถวายพระสงฆ์หรือผู้ปฏิบัติธรรมใช้จะเป็นการช่วยไล่แมลงไม่ให้มารบกวนในขณะที่ท่านปฏิบัติธรรม อันจะช่วยส่งผลให้ท่านได้รักษาศีลได้บริสุทธิ์” รองศาสตราจารย์ ดร. มยุรา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สุนย์วีระ กล่าวทิ้งท้าย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">หากท่านผู้อ่านท่านใดต้องการทดลองใช้สเปรย์และเจลสมุนไพรไล่ยุงและแมลงวันบ้านหาซื้อได้ที่ชั้น </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">4 <span lang="TH">ห้องแลปกีฏวิทยาและสิ่งแวดล้อม คณะเทคโนโลยีกรเกษตร ในราคาย่อมเยา และรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนางานวิจัยของหลักสูตรกีฏวิทยาและสิ่งแวดล้อม</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"><span lang="TH"><img class="alignnone size-full wp-image-466" title="forweb-jel" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-jel.jpg" alt="forweb-jel" width="1161" height="930" /></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"> </p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=427</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เก้าอี้เพื่อน้องพิการทางสมอง</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=423</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=423#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:46:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=423</guid>
		<description><![CDATA[เก้าอี้เพื่อน้องพิการทางสมอง

แม้นวัตกรรมจะเกิดขึ้นตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆของผู้บริโภค และหนึ่งในนวัตกรรมนั้นคือเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กพิการทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือทรงตัวได้ ซึ่งถูกออกแบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เดิมทีทางผู้ปกครองของเด็กพิการจะนำเศษกระดาษลังมาตัดเฟอร์นิเจอร์ให้เด็กพิการนั่งซึ่งปัญหาที่ตามมานั้นมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น บาดแผลที่เกิดจากความคมของสันกระดาษ ความเปื่อยของกระดาษที่เกิดจากเหงื่อ และความไม่คงทนแข็งแรงเป็นต้น  หรืออีกทางหนึ่งคือผู้ปกครองจะขอรับบริจาคเฟอร์นิเจอร์มือสองมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในประเทศไทยแล้วไม่ตอบสนองเท่าที่ควร ในเรื่องของสภาพอากาศเพราะในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนกว่าประเทศญี่ปุ่น และในเมื่อเด็กพิการนั่งไปเป็นเวลานานจะเกิดจุดอับชื้นบริเวณที่นั่ง และยังไม่คงทนเท่าที่ควรจากปัญหาดังกล่าว นายนิพิฐพนธ์ ภูริชบุญทรัพย์ นักศึกษา สาขาวิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ออกแบบจึงมีแนวคิดที่จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบของเก้าอี้นั่งสำหรับเด็กพิการทางสมองให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทย 
นายนิพิฐพนธ์ กล่าวว่า รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยงามต่างจากเก้าอี้สำหรับคนพิการทั่วๆไป  โดยเล็งเห็นว่าการที่ออกแบบอุปกรณ์สำหรับคนพิการขึ้นมานั้น น่าจะออกแบบให้มีรูปแบบที่ปกติมากที่สุด คือไม่ต้องการให้ผู้อื่นที่มาพบ เกิดความสงสัยในตัวผู้พิการ จึงออกแบบเพื่อมุ่งเน้นความสำคัญไปทางความสวยงามเป็นอันดับต้นๆควบคู่ไปกับการรองรับสรีระต่างๆของผู้พิการ ให้สามารถนั่งในท่าที่สบายมากที่สุด
การประคองให้เด็กพิการทางสมองสามารถนั่งได้ด้วยตนเอง  และการเคลื่อนที่ของตัวเก้าอี้ภายในบ้านด้วยตัวของเด็กเอง จะช่วยลดภาระของผู้ปกครองได้ในระดับหนึ่ง  รวมไปเรื่องของการระบายอากาศที่ได้ออกแบบมาให้มีช่องระบายอากาศเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย
โครงสร้างหลักทั้งหมดนี้สร้างจากพลาสติกสามารถฉีดล้างทำความสะอาดได้ ส่วนของโครงสร้างรองเป็นผ้าโพลีเอสเธอร์ หุ้มด้วยฟองน้ำวางอยู่ส่วนบนของเก้าอี้ทั้งหมด และยังมีหมอนประคองศีรษะ เพื่อประครองไม่ให้ศีรษะอยู่ผิดรูปรวมไปถึงสายรัดใช้ในขณะที่เด็กเกิดอาการดิ้นรัดตัวเด็กเพื่อไม่ให้พลัดตกจากตัวเก้าอี้
ผลงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเครื่องประกันคุณภาพอีกด้วย
ในอนาคตการต่อยอดของโครงการนี้ คงจะเป็นการออกแบบที่เกี่ยวข้องกันเป็นหลัก อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายผู้พิการทางสมอง จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง
ทางผู้ออกแบบมีความคิดเห็นว่าการออกแบบข้าวของเครื่องใช้เพื่อน้องผู้พิการทางสมองเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคม และรางวัลที่ได้ผู้ออกแบบคิดว่าจะเป็นกำลังใจในการทำงานในลักษณะนี้ต่อไป และเป็นการปูทางให้นักออกแบบผู้อื่นที่มีความคิดที่จะทำผลิตภัณฑ์สำหรับคนพิการได้มีแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นโครงการดีๆให้เกิดขึ้นอีกต่อไป

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormalCxSpFirst" style="text-align: center; text-indent: 36pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">เก้าอี้เพื่อน้องพิการทางสมอง</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><strong></strong></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">แม้นวัตกรรมจะเกิดขึ้นตลอดเวลาเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆของผู้บริโภค และหนึ่งในนวัตกรรมนั้นคือเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็กพิการทางสมองที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองหรือทรงตัวได้ ซึ่งถูกออกแบบเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เดิมทีทางผู้ปกครองของเด็กพิการจะนำเศษกระดาษลังมาตัดเฟอร์นิเจอร์ให้เด็กพิการนั่งซึ่งปัญหาที่ตามมานั้นมีหลายรูปแบบ อาทิเช่น บาดแผลที่เกิดจากความคมของสันกระดาษ ความเปื่อยของกระดาษที่เกิดจากเหงื่อ และความไม่คงทนแข็งแรงเป็นต้น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>หรืออีกทางหนึ่งคือผู้ปกครองจะขอรับบริจาคเฟอร์นิเจอร์มือสองมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อนำมาใช้ในประเทศไทยแล้วไม่ตอบสนองเท่าที่ควร ในเรื่องของสภาพอากาศเพราะในประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนกว่าประเทศญี่ปุ่น และในเมื่อเด็กพิการนั่งไปเป็นเวลานานจะเกิดจุดอับชื้นบริเวณที่นั่ง และยังไม่คงทนเท่าที่ควรจากปัญหาดังกล่าว นายนิพิฐพนธ์ ภูริชบุญทรัพย์ นักศึกษา สาขาวิชาออกแบบอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้ออกแบบจึงมีแนวคิดที่จะออกแบบเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบของเก้าอี้นั่งสำหรับเด็กพิการทางสมองให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยและสอดคล้องกับพฤติกรรมของคนไทย </span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายนิพิฐพนธ์ กล่าวว่า รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยงามต่างจากเก้าอี้สำหรับคนพิการทั่วๆไป<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>โดยเล็งเห็นว่าการที่ออกแบบอุปกรณ์สำหรับคนพิการขึ้นมานั้น น่าจะออกแบบให้มีรูปแบบที่ปกติมากที่สุด คือไม่ต้องการให้ผู้อื่นที่มาพบ เกิดความสงสัยในตัวผู้พิการ จึงออกแบบเพื่อมุ่งเน้นความสำคัญไปทางความสวยงามเป็นอันดับต้นๆควบคู่ไปกับการรองรับสรีระต่างๆของผู้พิการ ให้สามารถนั่งในท่าที่สบายมากที่สุด</span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">การประคองให้เด็กพิการทางสมองสามารถนั่งได้ด้วยตนเอง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>และการเคลื่อนที่ของตัวเก้าอี้ภายในบ้านด้วยตัวของเด็กเอง จะช่วยลดภาระของผู้ปกครองได้ในระดับหนึ่ง<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>รวมไปเรื่องของการระบายอากาศที่ได้ออกแบบมาให้มีช่องระบายอากาศเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย</span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">โครงสร้างหลักทั้งหมดนี้สร้างจากพลาสติกสามารถฉีดล้างทำความสะอาดได้ ส่วนของโครงสร้างรองเป็นผ้าโพลีเอสเธอร์ หุ้มด้วยฟองน้ำวางอยู่ส่วนบนของเก้าอี้ทั้งหมด และยังมีหมอนประคองศีรษะ เพื่อประครองไม่ให้ศีรษะอยู่ผิดรูปรวมไปถึงสายรัดใช้ในขณะที่เด็กเกิดอาการดิ้นรัดตัวเด็กเพื่อไม่ให้พลัดตกจากตัวเก้าอี้</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ผลงานนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศ จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเครื่องประกันคุณภาพอีกด้วย</span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ในอนาคตการต่อยอดของโครงการนี้ คงจะเป็นการออกแบบที่เกี่ยวข้องกันเป็นหลัก อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการเคลื่อนย้ายผู้พิการทางสมอง จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง</span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ทางผู้ออกแบบมีความคิดเห็นว่าการออกแบบข้าวของเครื่องใช้เพื่อน้องผู้พิการทางสมองเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคม และรางวัลที่ได้ผู้ออกแบบคิดว่าจะเป็นกำลังใจในการทำงานในลักษณะนี้ต่อไป และเป็นการปูทางให้นักออกแบบผู้อื่นที่มีความคิดที่จะทำผลิตภัณฑ์สำหรับคนพิการได้มีแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นโครงการดีๆให้เกิดขึ้นอีกต่อไป</span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"><img class="alignnone size-full wp-image-469" title="forweb-chair" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-chair.jpg" alt="forweb-chair" width="340" height="480" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=423</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ปิ้ง ย่าง ทันใจ ไร้มลพิษ</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=420</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=420#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:41:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=420</guid>
		<description><![CDATA[
ปิ้ง ย่าง ทันใจ ไร้มลพิษ
นายพีระพงศ์  กัทลี  นายอภิชาต  สังข์ทิพย์ และนางสาวณัฐรส  วิบูลรังสรรค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการเข้าร่วมแข่งขันกับรายการคิดข้ามเมฆ ซึ่งเป็นรายการเกมโชว์กึ่งเรียลลิตี้ นำเสนอการแข่งขันทางด้านแนวคิดและกลยุทธ์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของคนไทยให้มีความสร้างสรรค์ โดยในครั้งนี้มีชื่อตอนว่า หมูปิ้ง ปิ้งความคิด 
นายพีระพงศ์  กัทลี (แบงค์) ได้อธิบายถึงแนวความคิดที่ทำเครื่องปิ้งหมูขึ้นมาว่า ปัญหาเดิมๆของการทำหมูปิ้งอันดับแรกคือความร้อนที่ทำให้คนปิ้งได้รับ ควันไฟซึ่งส่งผลกับคนปิ้งหมู และทำลายมลภาวะ การพลิกไม้ทำได้ไม่สม่ำเสมอ หมูแต่ละไม้สุกไม่ทั่วกัน และสุดท้ายหมูที่ปิ้งตกลงไปในเตาทำให้ต้องทิ้งสูญเสียเงินลงทุนโดยเปล่าประโยชน์
แบงค์ เล่าต่อว่า จากที่ปรึกษากันภายในทีมและที่ได้รับความรู้จากการเรียนทำให้มีจุดหมายเดียวกันคือ การออกแบบเครื่องปิ้งหมูให้เป็นแบบ Hygenic Design คือการออกแบบเครื่องจักรอาหารให้ให้สามารประกอบอาหารได้อย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ วัสดุที่ใช้ทุกชิ้นจึงเป็นสแตนเลส ทั้งหมด ซึ่งเมื่อโดนความร้อนแล้วก็ไม่มีสารพิษออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย 
เครื่องปิ้งหมูนี้ยังทำให้ใช้ความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากได้เลือกใช้ใยหิน หนา 5 เซนติเมตร เป็นฉนวนกันความร้อนบุให้กับเตาทั้งชุด ทำให้อุณหภูมิในเตาที่มีความร้อนถึง 400c เทียบกับอุณหภูมินอกเตาเพียง 40c สามารถลดความร้อนที่ออกมาภายนอกเตาได้ถึง 10 เท่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt;" lang="TH">ปิ้ง ย่าง ทันใจ ไร้มลพิษ</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายพีระพงศ์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กัทลี<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>นายอภิชาต<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สังข์ทิพย์ และนางสาวณัฐรส<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>วิบูลรังสรรค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการเข้าร่วมแข่งขันกับรายการคิดข้ามเมฆ ซึ่งเป็นรายการเกมโชว์กึ่งเรียลลิตี้ นำเสนอการแข่งขันทางด้านแนวคิดและกลยุทธ์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ของคนไทยให้มีความสร้างสรรค์ โดยในครั้งนี้มีชื่อตอนว่า หมูปิ้ง ปิ้งความคิด </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายพีระพงศ์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กัทลี (แบงค์) ได้อธิบายถึงแนวความคิดที่ทำเครื่องปิ้งหมูขึ้นมาว่า ปัญหาเดิมๆของการทำหมูปิ้งอันดับแรกคือความร้อนที่ทำให้คนปิ้งได้รับ ควันไฟซึ่งส่งผลกับคนปิ้งหมู และทำลายมลภาวะ การพลิกไม้ทำได้ไม่สม่ำเสมอ หมูแต่ละไม้สุกไม่ทั่วกัน และสุดท้ายหมูที่ปิ้งตกลงไปในเตาทำให้ต้องทิ้งสูญเสียเงินลงทุนโดยเปล่าประโยชน์</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">แบงค์ เล่าต่อว่า จากที่ปรึกษากันภายในทีมและที่ได้รับความรู้จากการเรียนทำให้มีจุดหมายเดียวกันคือ การออกแบบเครื่องปิ้งหมูให้เป็นแบบ </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Hygenic Design</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"> คือการออกแบบเครื่องจักรอาหารให้ให้สามารประกอบอาหารได้อย่างปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ วัสดุที่ใช้ทุกชิ้นจึงเป็นสแตนเลส ทั้งหมด ซึ่งเมื่อโดนความร้อนแล้วก็ไม่มีสารพิษออกมาปนเปื้อนกับอาหาร ไม่เป็นสนิม และทำความสะอาดได้ง่าย </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">เครื่องปิ้งหมูนี้ยังทำให้ใช้ความร้อนได้เต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากได้เลือกใช้ใยหิน หนา 5 เซนติเมตร เป็นฉนวนกันความร้อนบุให้กับเตาทั้งชุด ทำให้อุณหภูมิในเตาที่มีความร้อนถึง 400</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">c<span lang="TH"> </span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">เทียบกับอุณหภูมินอกเตาเพียง 40</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">c</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"> สามารถลดความร้อนที่ออกมาภายนอกเตาได้ถึง 10 เท่า ซึ่งทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก นอกจากนี้การพลิกไม้หมูปิ้งก็ยังทำได้อย่างต่อเนื่อง หมูจะสุกพร้อมกันทั่วทั้งไม้ และทั้งสองด้าน ด้วยการคำนวณระยะทางที่หมูจะต้องพลิกกับอุปกรณ์ที่ใช้ และมอเตอร์ยังมีการตั้งค่าให้มีความสัมพันธ์กับความร้อนในเตา</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">เมื่อถามถึงเรื่องควันไฟที่ลอยรบกวนทำลายมลภาวะ แบงค์อธิบายว่า ระบบกำจัดควันไฟและความร้อนของเครื่องปิ้งหมูที่สร้างขึ้น ถือว่าเป็นจุดเด่นได้เช่นกัน เพราะใช้วัสดุที่เรียบง่าย บวกกับหลักการที่มีประสิทธิภาพ คือใช้ถ่านดูดกลิ่น ใช้ฝอยเหล็กเป็นตัวดักจับน้ำมัน และใช้แผ่นไฟเบอร์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สเปร์น้ำฉีดพ่นดักควันไฟอีกครั้ง ซึ่งน้ำที่ใช้ฉีดพ่นจะหมุนเวียนอยู่ภายในเครื่อง ก็จะช่วยลดปัญหาเรื่องควันไฟและความร้อนที่รบกวนซึ่งเป็นมลพิษในสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">สำหรับปริมาณหมูปิ้งที่ได้จะตั้งค่าไว้ที่ 3 นาทีแรกจะได้หมูปิ้ง 2 ไม้ หลังจากนั้นทุกๆ 6 วินาที จะได้หมูปิ้ง 2 ไม้<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ทำให้ในการปิ้งหมู 1 ชั่วโมงด้วยเครื่องนี้จะได้หมูปิ้ง 1,200 ไม้ แบงค์สรุปในตอนท้าย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-size: 16pt; mso-bidi-font-family: AngsanaUPC;"><span style="mso-tab-count: 1;"><span style="font-family: Calibri;">          </span></span></span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">เครื่องจักรประกอบอาหารขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์มากมายทั้งสะดวกกับผู้ประกอบอาชีพ ลดมลภาวะ ประหยัดพลังงาน และได้หมูปิ้งที่น่ารับประทานเพียงพอกับความต้องการของลูกค้า <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>นับว่าเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ของนักศึกษาไทยอีกผลงานหนึ่ง </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;AngsanaUPC&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"> <img class="size-full wp-image-450 aligncenter" title="forweb-pork" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-pork.jpg" alt="forweb-pork" width="778" height="1166" /></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=420</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>รถฟอร์มูล่า   นศ.พระจอมเกล้าลาดกระบัง คว้า 3 รางวัล จากญี่ปุ่น</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=412</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=412#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:33:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=412</guid>
		<description><![CDATA[รถฟอร์มูล่า   นศ.พระจอมเกล้าลาดกระบัง คว้า 3 รางวัล จากญี่ปุ่น
ประสบผลสำเร็จอย่างงดงามไปอีกหนึ่งผลงานสำหรับนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ที่ได้รวมกลุ่มกันที่ชมรมยานยนต์ ในนามทีม Initial IV ได้เข้าร่วมการแข่งขัน TSAE Auto Challenge 2008 ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์ Formula สำหรับนักศึกษา และได้รับรางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขัน 2008 Student Formula SAE Competition of JAPAN ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9-15 กันยายน 2551 
นายสมชาย สังข์วิจิตร(ชาย) ตัวแทนของทีมได้เล่าถึงการเดินทางและการแข่งขันครั้งนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ฟังว่า ทีมนักศึกษาจาก สจล. เป็นตัวแทนเพียงทีมเดียวของไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ และมีทีมจากหลากหลายประเทศโดยส่วนมากมาจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกันเช่น ญี่ปุ่น  เกาหลี ไต้หวัน  อินเดีย  จีน   รวมแล้วมีทั้งหมด 65 ทีม สำหรับผลการแข่งขันถึงแม้รถของทีม Initial IV [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt;" lang="TH">รถฟอร์มูล่า <span style="mso-spacerun: yes;">  </span>นศ.พระจอมเกล้าลาดกระบัง คว้า 3 รางวัล จากญี่ปุ่น</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt; background: white;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ประสบผลสำเร็จอย่างงดงามไปอีกหนึ่งผลงานสำหรับนักศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) ที่ได้รวมกลุ่มกันที่ชมรมยานยนต์ ในนามทีม </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Initial IV<span lang="TH"> ได้เข้าร่วมการแข่งขัน</span> TSAE Auto Challenge 2008 <span lang="TH">ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์</span> Formula <span lang="TH">สำหรับนักศึกษา และได้รับรางวัลชนะเลิศ ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จึงได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปเข้าร่วมการแข่งขัน </span>2008 Student Formula SAE Competition of JAPAN <span lang="TH">ที่ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ </span>9-15 <span lang="TH">กันยายน 2551 </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายสมชาย สังข์วิจิตร(ชาย) ตัวแทนของทีมได้เล่าถึงการเดินทางและการแข่งขันครั้งนี้ที่ประเทศญี่ปุ่นให้ฟังว่า <em>ทีมนักศึกษาจาก สจล. เป็นตัวแทนเพียงทีมเดียวของไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ และมีทีมจากหลากหลายประเทศโดยส่วนมากมาจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกันเช่น ญี่ปุ่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เกาหลี ไต้หวัน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>อินเดีย<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จีน<span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>รวมแล้วมีทั้งหมด 65 ทีม สำหรับผลการแข่งขันถึงแม้รถของทีม </em></span><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Initial IV<span lang="TH"> จะไม่ได้เข้าเส้นชัยในลำดับที่ 1 – 3 แต่รางวัลที่ได้รับกลับมาก็สร้างขวัญและกำลังใจให้กับนักศึกษากลุ่มนี้มิใช่น้อยเช่นกัน ซึ่งได้รับรางวัลมาถึง 3 รางวัลด้วยกัน คือ</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">1.รางวัลดีไซน์ยอดเยี่ยม (</span></em><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Best Styling Awards<span lang="TH">) เป็นรางวัลที่ตัดสินจากการออกแบบและความสวยงาม ซึ่งเป็นจุดเด่นของทีม เพราะรถที่สร้างขึ้นเป็นความร่วมมือของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้รถที่สร้างสำเร็จมีทั้งความสวยงามและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม</span></span></em><em></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">2.รางวัลสปิริตของทีมดีเด่น (</span></em><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Sportsmanship Awards<span lang="TH">) เป็นรางวัลที่ได้จากการโหวตจากทีมงานประเทศญี่ปุ่น โดยเหตุผลที่เราได้รับรางวัลนี้นับได้ว่าเป็นรางวัลที่แสดงออกถึงความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น เพราะในระหว่างการแข่งขันมีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมมาย แต่ทีมเราก็แสดงให้เห็นว่าเราได้พยามยามอย่างเต็มที่ ทำให้เราได้รับรางวัลนี้อย่างภาคภูมิใจ</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">3.รางวัลทีมหน้าใหม่ดีเด่น (</span></em><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Rookie Awards<span lang="TH">) เป็นรางวัลที่ตัดสินโดยดูจากทีมหน้าใหม่ ที่สามารถแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งทีมเราสามารถแสดงให้เห็นแล้วว่าสมควรได้รับรางวัลนี้ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>โดยผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศ ทีม </span></em><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Sophia University <span lang="TH">รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีม</span> Tokyo University <span lang="TH">และรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ </span>2 <span lang="TH">ทีม </span>Kanazawa University <span lang="TH">ซึ่งทั้ง 3 ทีมเป็นทีมจากประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ชายอธิบายต่อว่า ปัญหาและอุปสรรคของทีมที่พบเริ่มตั้งแต่การเตรียมตัวในการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นแล้ว แต่เราก็ได้ใช้ประสบการณ์ที่เราทำรถมาหลายปี และคว้ารางวัลชนะเลิศมาถึงสองครั้ง ทำการแก้ไขปรับปรุง จนทำให้รถมีความสมบูรณ์และสามารถเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ได้ <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขัน ก็มีบ้าง อย่างเช่น มีชิ้นส่วนบางชิ้นของรถที่ผิดกติกาแล้วต้องปรับแก้ หรือมีบางชิ้นส่วนเกิดที่เสียหายในระหว่างแข่งขัน แต่ก็ทำการเปลี่ยนและแก้ไขให้สามารถทำการแข่งขันต่อ คู่แข่งแต่ละทีมมีความพร้อมหลายด้านมากว่าทีมเรา</span></em><em></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ตัวอย่างเช่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ทีมจากประเทศญี่ปุ่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จะมีเทคโนโลยีกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า เช่น </span></em><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">CNC<span lang="TH">(</span>Computer Numerical Control<span lang="TH">) <span style="mso-spacerun: yes;"> </span>และมีผู้สนับสนุนจากบริษัทต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของเทคโนโลยี<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>น่าจะเป็นการ </span>Machine <span lang="TH">งานที่จะต้องอาศัยเครื่องจักรที่เรียกว่า </span>CNC <span lang="TH">มาช่วยงานมากขึ้น และ ยังต้องพัฒนาในเรื่องขององค์ความรู้ที่ใช้ในการสร้างรถ เรายอมรับว่าเรายังไม่พร้อมในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเวลาในการทดสอบที่มีน้อยมาก ความพร้อมของรถ และการฝึกฝนทักษะของคนขับในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>รวมทั้งความรู้ของบุคลากรในทีม และเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จะเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ทีมมีความเข้มแข็ง เพื่อที่จะสามารถคว้าชัยในปีต่อไปให้ได้ครับ</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 10pt;"><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span>สำหรับประโยชน์และสิ่งที่ได้รับจากการแข่งขัน ผมว่าที่เราได้รับ หลักๆ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เลยคือประสบการณ์ครับ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากภายในห้องเรียน<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ในประสบการณ์ครั้งนี้ก็แฝงไปด้วยประโยชน์มากมาย เป็นเกร็ดความรู้ เล็กๆ น้อยๆ เช่น เราได้เห็นมาตรฐานของทีมต่างชาติ อย่างประเทศญี่ปุ่นซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ ว่าเป็นอย่างไร ก็จะสามารถนำกลับมาปรับปรุง และ ประยุกต์ให้เข้ากับทีมเรา และพัฒนาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นครับ</span></em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"> <span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ก่อนจบบทสัมภาษณ์น้องชาย ฝากข้อคิดและเชิญชวนน้องๆ และเพื่อนๆ ว่า<em>การที่เราทำอะไรสักอย่างให้ดีเราต้องตั้งจุดมุ่งหมายให้แน่วแน่แล้วเดินให้ถึงจุดหมายอยากให้น้องๆใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และใช้ชีวิตในรั้วมหาลัยให้คุ้มค่าครับ การทำกิจกรรมก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราทำได้ อย่างเช่นพี่ๆในทีม </em></span><em><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">Initial IV <span lang="TH">ทุกคน ที่ใช้เวลาว่างนั้นมาทำรถร่วมกัน เป็นการนำความรู้ที่ได้จากห้องเรียนนำมาใช้งานจริง และเข้าร่วมแข่งขัน ทำผลงานให้กับสถาบันฯของเราได้ หากน้องๆอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเรา พี่ๆยินดีต้อนรับเสมอ มาเจอกันได้ที่ชมรมยานยนต์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ พี่ๆทำงานอยู่ที่นี่ทุกวัน ยินดีต้อนรับน้องๆจากทุกคณะ ทุกภาควิชาครับ หวังว่าจะได้พบกันครับ ขอขอบคุณอาจารย์จินดา เจริญพรพานิชย์และอาจารย์คมกริช ตระกูลทิวากร อาจารย์ที่ปรึกษาของชมรม รวมไปถึงอาจารย์ทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลือ ขอขอบคุณสจล. และผู้สนับสนุนทุกท่านที่มีส่วนทำให้พวกเราประสบความสำเร็จได้รับรางวัลทั้ง 3 รางวัลนี้มาครอง</span></span></em></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นับได้ว่านักศึกษากลุ่มนี้ประผลสำเร็จในกิจกรรมที่ร่วมกันทำ เป็นการแสวงหาประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ทรงคุณค่า และที่สำคัญนักศึกษากลุ่มนี้เป็นความภาคภูมิใจของ สจล.</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: left; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"><img class="alignnone size-full wp-image-472" title="forweb-car" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-car.jpg" alt="forweb-car" width="968" height="644" /></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=412</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยปลื้มได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอุโมงค์โลก ปี2012</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=404</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=404#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:25:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[ไทยปลื้มได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอุโมงค์โลก ปี2012
 
“วิศวกรไทยสร้างประวัติศาสตร์ พลิกล็อกชนะมหาอำนาจจีนท่วมท้น ได้เป็นเจ้าภาพงานอุโมงค์โลกปี 2012 ในที่ประชุมอุโมงค์โลก ณ กรุงปูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยในเวทีระดับโลก”
ทีมวิศวกรไทย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์แห่งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิศวกรไทยทั้งจากสถาบันการศึกษา จากหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน อีกทั้งนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมงานการประชุมอุโมงค์โลก (World Tunnel Congress) ซึ่งจัดโดยสมาคมอุโมงค์และการก่อสร้างใต้ดินนานาชาติ ซึ่งมีตัวแทนชาติสมาชิกจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมมากกว่าพันคน ณ กรุงปูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี เมื่อวันที่ 22 – 29 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา
รองศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า “ในปีนี้ ประเทศไทยได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานอุโมงค์โลก ปี 2012 โดยต้องแข่งขันกับประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะการก่อสร้างอุโมงค์ที่กำลังมีการก่อสร้างในปัจจุบันมากกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร อีกทั้งรัฐบาลจีนผลักดันการมีบทบาทของประเทศและวิศวกรจีนในเวทีโลก โดยส่งตัวแทนเข้าร่วมมากกว่าร้อยคน ก่อนการประชุมโอกาสของประเทศไทยที่จะชนะชาติมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ในสายตาของนานาประเทศนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ประกอบกับปัญหาทางการเมืองและความไม่สงบของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำให้ประเทศไทยเสียเปรียบอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของทีมวิศวกรไทยในการรณรงค์แข่งขันและประชาสัมพันธ์ความพร้อมของวิศวกรไทยและของประเทศไทย โดยยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) และสถานทูตไทย ณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 0pt;" align="center"><strong><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt;" lang="TH">ไทยปลื้มได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมอุโมงค์โลก ปี2012</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: right; margin: 0cm 0cm 0pt;" align="right"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 10pt;"> </span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;">“<span lang="TH">วิศวกรไทยสร้างประวัติศาสตร์ พลิกล็อกชนะมหาอำนาจจีนท่วมท้น ได้เป็นเจ้าภาพงานอุโมงค์โลกปี</span> 2012 <span lang="TH">ในที่ประชุมอุโมงค์โลก ณ กรุงปูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี สร้างความเชื่อมั่นประเทศไทยในเวทีระดับโลก</span>”</span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;" lang="TH">ทีมวิศวกรไทย นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;">.<span lang="TH">สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง</span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span lang="TH">ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์แห่งวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิศวกรไทยทั้งจากสถาบันการศึกษา จากหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน อีกทั้งนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์เข้าร่วมงานการประชุมอุโมงค์โลก</span> (World Tunnel Congress) <span lang="TH">ซึ่งจัดโดยสมาคมอุโมงค์และการก่อสร้างใต้ดินนานาชาติ ซึ่งมีตัวแทนชาติสมาชิกจากทั่วโลกเข้าร่วมประชุมมากกว่าพันคน ณ กรุงปูดาเปสต์ สาธารณรัฐฮังการี เมื่อวันที่</span> 22 – 29 <span lang="TH">พฤษภาคม</span> 2552 <span lang="TH">ที่ผ่านมา</span></span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;" lang="TH">รองศาสตราจารย์ ดร</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;">.<span lang="TH">สุชัชวีร์ กล่าวว่า</span> “<span lang="TH">ในปีนี้ ประเทศไทยได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพงานอุโมงค์โลก ปี</span> 2012 <span lang="TH">โดยต้องแข่งขันกับประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะการก่อสร้างอุโมงค์ที่กำลังมีการก่อสร้างในปัจจุบันมากกว่าหนึ่งหมื่นกิโลเมตร อีกทั้งรัฐบาลจีนผลักดันการมีบทบาทของประเทศและวิศวกรจีนในเวทีโลก โดยส่งตัวแทนเข้าร่วมมากกว่าร้อยคน ก่อนการประชุมโอกาสของประเทศไทยที่จะชนะชาติมหาอำนาจอย่างประเทศจีน ในสายตาของนานาประเทศนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ประกอบกับปัญหาทางการเมืองและความไม่สงบของประเทศ ในช่วงที่ผ่านมายิ่งตอกย้ำให้ประเทศไทยเสียเปรียบอย่างยิ่ง</span></span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;" lang="TH">อย่างไรก็ตามด้วยความสามารถของทีมวิศวกรไทยในการรณรงค์แข่งขันและประชาสัมพันธ์ความพร้อมของวิศวกรไทยและของประเทศไทย โดยยังได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;"> (<span lang="TH">สสปน</span>.) <span lang="TH">และสถานทูตไทย ณ กรุงปูดาเปสต์ จัดงาน</span> “<span lang="TH">ค่ำคืนแห่งไทย</span>” <span lang="TH">หรือ</span> Thai Night <span lang="TH">เพื่อประชาสัมพันธ์ประเทศไทย อีกทั้งในปีนี้ ประเทศไทยได้ส่งผลงานวิชาการและปฏิบัติร่วมการบรรยายถึง</span> 10 <span lang="TH">ผลงาน <strong><em>โดยเป็นผลงานของนักศึกษาปริญญาโท จากศูนย์นวัตกรรมการก่อสร้างใต้ดินและอุโมงค์พระจอมเกล้าลาดกระบังถึง</em></strong></span><strong><em> 7 <span lang="TH">ผลงานด้วยกัน</span></em></strong><span lang="TH"> ทำให้ประเทศไทยกลับมาชนะจีนได้อย่างท่วมท้นถึง</span> 29 <span lang="TH">ต่อ</span> 10 <span lang="TH">เสียง ในกาประชุมชาติสมาชิก นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และยังเป็นการเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยกลับคืนมาในเวทีระดับโลก</span></span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;" lang="TH">การประชุมอุโมงค์โลกเป็นการประชุมยิ่งใหญ่ระดับโลกเปรียบเสมือนงานโอลิมปิกของวงการก่อสร้าง ซึ่งมีทั้งการนำเสนอผลงาน และการพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างใต้ดินหลายร้อยเรื่องจากทั่วโลก และมีการสัมมนาและประชุมวิชาการที่เป็นประโยชน์ เช่น การแก้ปัญหาความแออัดของเมืองโดยการพัฒนาพื้นที่ใต้ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการพัฒนาเทคนิคการก่อสร้างใต้ดินให้มีความปลอดภัย อีกทั้งมีนิทรรศการเทคโนโลยีการก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดินจากบริษัทและสถาบันวิจัยที่มีชื่อเสียงจำนวนมากจากทั่วโลก</span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;" lang="TH">การจัดการประชุมอุโมงค์โลกในประเทศไทยในปี</span><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;"> 2012 <span lang="TH">นี้ จะจัดที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตต์ โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานจากทั่วโลกมากว่าห้าพันคน จะสร้างประโยชน์แก่ประเทศอย่างมหาศาล นำรายได้และนำความรู้ด้านการพัฒนาพื้นที่ใต้ดินและการก่อสร้างอุโมงค์มาสู่ประเทศไทย ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและสิ่งแวดล้อม เช่น การขยายเครือข่ายรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ การก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในภาคอีสาน การพัฒนาพื้นที่ใต้ดินเพื่อแก้ปัญหารการจราจรและส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แลการก่อสร้างอุโมงค์เพื่อสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศ ซึ่งประเทศไทยยังพัฒนาพื้นที่ใต้ดินให้เกิดประโยชน์น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่น</span>”</span></p>
<p class="MsoBodyTextIndent" style="margin: 0cm -9.95pt 0pt 0cm;"><span style="font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 15pt;"><span lang="TH"><img class="alignnone size-full wp-image-478" title="forweb-2012" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-2012.jpg" alt="forweb-2012" width="1024" height="768" /></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=404</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เคเอ็มไอทีแอล หุ่นยนต์แปลงร่าง</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=397</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=397#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:18:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=397</guid>
		<description><![CDATA[
แปลงร่างงงงง&#8230;&#8230;&#8230;งงงงงงงง
นักศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) สร้างหุ่นยนต์เข้าประกวดในโครงการ SF Coca-Cola Super Robot Contest 2009 โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ, SF Cinema, Coca-Cola และพันธมิตร จนสามารถชนะใจกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองเป็นผลสำเร็จ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า Central World  ซึ่งส่งผลงานเข้าแข่งขันในนามทีม ID.ED. ประกอบไปด้วย นายปฏิภาณ  สำเนียง, นายกิตติ   หอมลำดวน, นายอรุ่น  ขาวทุ่ง, นายธนาณัติ  กะรนรักษ์, นายธีรศักดิ์แก้วแกม, นายสรายุทธ์  มิสุด, นายจักรพันธ์  จันทร์ดามี และมี ผศ.วรวิทย์ สมหา  เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สังกัดคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สจล.
นายปฏิภาณ สำเนียง อธิบายถึงการแข่งขันว่า หลังจากที่ SF-Coca ประกาศรับสมัครก็รวมทีม ออกแบบ กำหนดแนวคิด และส่งเข้าประกวดในขั้นแรกก่อน เมื่อผ่านก็เริ่มปฏิบัติงานแบ่งหน้าที่กันทำงานออกเป็นส่วนๆ เช่น ส่วนโครงสร้าง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt;" lang="TH"><img class="aligncenter size-full wp-image-445" title="forweb1" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb1.jpg" alt="forweb1" width="485" height="649" /></span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 20pt;" lang="TH">แปลงร่างงงงง&#8230;&#8230;&#8230;งงงงงงงง</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นักศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.) สร้างหุ่นยนต์เข้าประกวดในโครงการ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"> SF Coca-Cola Super Robot Contest 2009</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Cordia New&quot;,&quot;sans-serif&quot;; font-size: 14pt; mso-ansi-font-size: 11.0pt; mso-ascii-font-family: Calibri; mso-hansi-font-family: Calibri;" lang="TH"> </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">, SF Cinema, Coca-Cola <span lang="TH">และพันธมิตร จนสามารถชนะใจกรรมการคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองเป็นผลสำเร็จ จัดขึ้นเมื่อวันที่ </span>22 <span lang="TH">มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า</span> Central World<span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ซึ่งส่งผลงานเข้าแข่งขันในนามทีม</span> ID.ED<strong>.</strong><span lang="TH"> ประกอบไปด้วย นายปฏิภาณ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>สำเนียง, นายกิตติ<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>หอมลำดวน, นายอรุ่น<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ขาวทุ่ง, นายธนาณัติ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กะรนรักษ์, นายธีรศักดิ์แก้วแกม, นายสรายุทธ์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>มิสุด, นายจักรพันธ์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>จันทร์ดามี และมี<strong> </strong>ผศ.วรวิทย์ สมหา<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา<strong> </strong>สังกัดคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม<strong> </strong>สจล.</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายปฏิภาณ สำเนียง<strong> </strong>อธิบายถึงการแข่งขันว่า หลังจากที่</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"> SF-Coca<span lang="TH"> ประกาศรับสมัครก็รวมทีม ออกแบบ กำหนดแนวคิด และส่งเข้าประกวดในขั้นแรกก่อน เมื่อผ่านก็เริ่มปฏิบัติงานแบ่งหน้าที่กันทำงานออกเป็นส่วนๆ เช่น ส่วนโครงสร้าง ส่วนวงจร ส่วนโปรแกรม และส่วนตกแต่ง เป็นต้น แต่ละกลุ่มก็เริ่มวิจัยและลงมือปฏิบัติ หลังจากนั้นก็นำแต่ละส่วนมาประกอบเป็นชิ้นงานจนได้หุ่นยนต์ที่สมบูรณ์<span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span style="mso-spacerun: yes;">     </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">การออกแบบหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นการออกแบบตามโจทย์กำหนดเป็นหลัก เทคนิคที่ใช้ถ้าเป็นในส่วนของกลไกลต่างๆ ในตัวหุ่นยนต์จะใช้ระบบนิวเมติกส์ร่วมกับมอเตอร์ ระบบนิวเมติกส์เป็นระบบที่ใช้พลังงานลมในการขับเคลื่อนแต่จะสั่งงานด้วยพลังงานไฟฟ้าจึงทำให้หุ่นยนต์มีการเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว ส่วนมอเตอร์ใช้เพื่อควบคุมการหมุนตัวและแขน โครงสร้างทำจากอลูมิเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบาหาซื้อได้ง่าย นอกจากนี้ทางทีมยังได้ใช้คอลโทรลเลอร์ในการควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ โดยใช้เทคโนโลยี </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">arm7<span lang="TH"> ในการประมวลผลซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและเป็นชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ และเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้หุ่นยนต์ตัวนี้ยังติดเซนเซอร์ไว้ เมื่อมีคนไปสัมผัสที่มือหุ่นยนต์ก็จะมีปฏิกิริยาตอบโต้อีกด้วย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">จุดเด่นของหุ่นยนต์ตัวนี้คือสามารถทำงานเองได้อย่างอัตโนมัติแค่กดปุ่มเพียงปุ่มเดียว หุ่นยนต์จะเริ่มทำงานตามที่ตั้งโปรแกรมไว้ทั้งหมด นอกจากจะสามารถแปลงร่างจากกระป๋องไปเป็นหุ่นยนต์แล้วยังแสดงท่าทางต่างๆได้อีก อาทิการแสดงความเคารพ โค้ง คำนับ จับมือกับผู้ชม และเต้นรำ </span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายธนาณัติ<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>กะรนรักษ์ สมาชิกอีกหนึ่งในทีมกล่าวว่า รางวัลที่ได้ในครั้งนี้ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญในการที่จะพัฒนางานและการศึกษาทางด้านวิศวกรรมต่อไป ถึงแม้ในตอนแรกจะมีวัตถุประสงค์แค่ต้องการคือการหาประสบการณ์และใช้ความรู้ที่เรียนในห้องเรียนมาใช้นอกห้องเรียนให้ได้เท่านั้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">ในอนาคตนักศึกษากลุ่มนี้จะพัฒนาการออกแบบ พัฒนาให้หุ่นยนต์มีความสมารถหลากหลาย<span style="color: red;"> </span>และจะส่งเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ เพื่อที่จะเสริมสร้างประสบการณ์ให้มากยิ่งขึ้น</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=397</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เครื่องอ่านบาร์โค้ดไร้สายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีจัดการคลังสินค้า</title>
		<link>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=394</link>
		<comments>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=394#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 28 Apr 2010 03:08:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin1</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[งานวิจัยทั้งหมดในระบบ]]></category>

		<category><![CDATA[รางวัลและผลงานดีเด่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?p=394</guid>
		<description><![CDATA[เครื่องอ่านบาร์โค้ดไร้สายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีจัดการคลังสินค้า
รศ.ดร.ปราโมทย์    วาดเขียน   นายศักดา     สงดวง   นายธนันท์    คณะเจริญ   นายภัคภูมิ     สมภพกุลเวช ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ได้เล็งเห็นปัญหาของคลังสินค้าว่าส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหายุ่งยากในการบริหาร และตรวจสอบสินค้าภายในคลังสินค้า ซึ่งปริมาณมาก   ทำให้คลังสินค้าจำเป็นที่จะต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และมีประสิทธิภาพซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการนำเทคโนโลยีการระบุตัวตน(RFID) มาประยุกต์ใช้งานกับระบบคลังสินค้า   เพื่อให้การบริหารและจัดการสามารถทำได้ง่ายขึ้น   แต่ข้อเสียของการนำเทคโนโลยี RFID มาใช้คือ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง   ทั้งในส่วนของหัวอ่าน การวางระบบ และชิพ ที่ใช้ระบุตัวตนของสินค้า   ทางคณะผู้วิจัย จึงได้ทำการนำเสนอ ระบบคลังสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีของบาร์โค้ด มาใช้ในการบริหารและจัดการ   ซึ่งหากทำการเปรียบเทียบระหว่างเทคโนโลยีของบาร์โค้ด กับเทคโนโลยี RFID จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีของบาร์โค้ดจะมีต้นทุนที่น้อยกว่า ทั้งในส่วนของหัวอ่าน และในส่วนของชิพ   นอกจากนี้ทางคณะผู้วิจัย ยังได้มีแนวคิดที่จะทำการลดต้นทุน ในการวางระบบบริหารจัดการคลังสินค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีไร้สาย มาใช้งานร่วมกับ เทคโนโลยีบาร์โค้ดอีกด้วย
โดยทีมผู้ทำวิจัยหวังว่าผลงานนี้เมื่อนำออกเผยแพร่ออกสู่สังคมแล้วจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบการบริหารจัดการในคลังสินค้า เพื่อความสะดวกในการเช็คระบบคลังสินค้า และเป็นการออกแบบระบบเครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบไร้สายและส่งสัญญาณแบบไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มพื้นที่การสแกนให้มากกว่าการติดตั้งแบบที่ยังมีสาย

นายศักดา หนึ่งในทีมวิจัยอธิบายถึงกระบวนการทำวิจัยว่า กระบวนการสร้างเริ่มจากฝั่งส่งเขียนโปรแกรมให้กับไอซี MCS 51 ที่ใช้ในการติดต่อและส่งข้อมูลผ่านทางโมลดูล TRW โดยนำข้อมูลที่ได้สแกนโค้ดผ่านไอซี MAX232 และนำข้อมูลที่ได้ไปทำการแปลงเป็นข้อมูลแบบอนุกรมและส่งผ่านทางโมลดูล  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="text-align: center; margin: 0cm 0cm 10pt;" align="center"><strong><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 18pt;" lang="TH">เครื่องอ่านบาร์โค้ดไร้สายผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีจัดการคลังสินค้า</span></strong><strong></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">รศ.ดร.ปราโมทย์<span style="mso-spacerun: yes;">    </span>วาดเขียน<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>นายศักดา<span style="mso-spacerun: yes;">     </span>สงดวง<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>นายธนันท์<span style="mso-spacerun: yes;">    </span>คณะเจริญ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"><span style="mso-spacerun: yes;">   </span><span lang="TH">นายภัคภูมิ<span style="mso-spacerun: yes;">     </span>สมภพกุลเวช ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ได้เล็งเห็นปัญหาของคลังสินค้าว่าส่วนใหญ่จะประสบกับปัญหายุ่งยากในการบริหาร และตรวจสอบสินค้าภายในคลังสินค้า ซึ่งปริมาณมาก<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ทำให้คลังสินค้าจำเป็นที่จะต้องมีระบบการบริหารจัดการที่ดี และมีประสิทธิภาพซึ่งในปัจจุบันก็ได้มีการนำเทคโนโลยีการระบุตัวตน(</span>RFID<span lang="TH">) มาประยุกต์ใช้งานกับระบบคลังสินค้า<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>เพื่อให้การบริหารและจัดการสามารถทำได้ง่ายขึ้น<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>แต่ข้อเสียของการนำเทคโนโลยี </span>RFID<span lang="TH"> มาใช้คือ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ทั้งในส่วนของหัวอ่าน การวางระบบ และชิพ ที่ใช้ระบุตัวตนของสินค้า<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ทางคณะผู้วิจัย จึงได้ทำการนำเสนอ ระบบคลังสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีของบาร์โค้ด มาใช้ในการบริหารและจัดการ<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>ซึ่งหากทำการเปรียบเทียบระหว่างเทคโนโลยีของบาร์โค้ด กับเทคโนโลยี</span> RFID<span lang="TH"> จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีของบาร์โค้ดจะมีต้นทุนที่น้อยกว่า ทั้งในส่วนของหัวอ่าน และในส่วนของชิพ<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>นอกจากนี้ทางคณะผู้วิจัย ยังได้มีแนวคิดที่จะทำการลดต้นทุน ในการวางระบบบริหารจัดการคลังสินค้า ด้วยการนำเทคโนโลยีไร้สาย มาใช้งานร่วมกับ เทคโนโลยีบาร์โค้ดอีกด้วย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">โดยทีมผู้ทำวิจัยหวังว่าผลงานนี้เมื่อนำออกเผยแพร่ออกสู่สังคมแล้วจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบการบริหารจัดการในคลังสินค้า เพื่อความสะดวกในการเช็คระบบคลังสินค้า และเป็นการออกแบบระบบเครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบไร้สายและส่งสัญญาณแบบไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเพิ่มพื้นที่การสแกนให้มากกว่าการติดตั้งแบบที่ยังมีสาย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH"><img class="aligncenter size-full wp-image-457" title="forweb-barcode1" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-barcode1.jpg" alt="forweb-barcode1" width="644" height="143" /></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นายศักดา หนึ่งในทีมวิจัยอธิบายถึงกระบวนการทำวิจัยว่า กระบวนการสร้างเริ่มจากฝั่งส่งเขียนโปรแกรมให้กับไอซี </span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">MCS 51<span lang="TH"> ที่ใช้ในการติดต่อและส่งข้อมูลผ่านทางโมลดูล </span>TRW <span lang="TH">โดยนำข้อมูลที่ได้สแกนโค้ดผ่านไอซี </span>MAX232<span lang="TH"> และนำข้อมูลที่ได้ไปทำการแปลงเป็นข้อมูลแบบอนุกรมและส่งผ่านทางโมลดูล<span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ในส่วนของฝั่งรับจะทำการเขียนโปรแกรมให้กับบอร์ด </span>ARM7<span lang="TH"> เพื่อใช้ในการรับข้อมูลและส่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์โดยผ่านสายแลนด์และทำการต่อโมลดูลเข้ากับบอร์ดและต่อสายแลนด์เข้ากับคอมพิวเตอร์<span style="mso-spacerun: yes;">   </span>และทำการสเกนโค้ดดูว่าข้อมูลที่ขึ้นในหน้าจอคอมพิวเตอร์กับข้อมูลที่ได้สแกนตรงกันหรือไม่ถ้าตรงก็เป็นอันเสร็จ</span></span></p>
<p class="MsoNormalCxSpMiddle" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"><span lang="TH"><img class="aligncenter size-full wp-image-460" title="forweb-barcode2" src="http://www.kmitl.ac.th/kresearch/wp-content/uploads/2010/04/forweb-barcode2.jpg" alt="forweb-barcode2" width="729" height="175" /></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; text-indent: 36pt; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;" lang="TH">นอกจากนี้จุดเด่นของเครื่องอ่านบาร์โค้ดแบบไร้สายและผ่านระบบอินเตอร์เน็ตนี้เป็นเครื่องอ่านบาร์โค้ดไร้สายนี้จัดทำขึ้นโดยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่ใช้งานในระบบคลังสินค้าที่มีขนาดใหญ่ซึ่งจุดเด่นของงานชิ้นนี้คือใช้ระบบส่งแบบโมลดูลไร้สายหรือ</span><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;">TRW 2.4 GHz <span lang="TH">ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นดิจิตอลที่มีอัตราการส่งข้อมูลเท่ากับ </span><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>1 Mb/s<span lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">  </span>ส่วนในด้านรับใช้ </span>ARM 7<span lang="TH"> ในการประมวลผลซึ่งง่ายต่อการนำไปเข้าระบบอีเตอร์เน็ต</span>(Ethernet) <span lang="TH">ซึ่งในตัวบอร์ดมีพอร์ตที่เป็นอีเตอร์เน็ต</span>(Ethernet) <span lang="TH">ซึ่งทำให้ง่ายต่อการสร้าง</span><span lang="TH"><span style="mso-tab-count: 1;"> </span>และนอกจากนี้ยังจะมีการพัฒนาให้เริ่มจากการเปลี่ยนระบบส่งแบบไร้สายให้มีอัตราการข้อมูลเพิ่มขึ้นและระยะทางที่จะต้องเพิ่มขึ้นอีกด้วย</span><span style="mso-spacerun: yes;">  </span><span lang="TH">และเข้าสู้ระบบโครงข่าย นายศักดา กล่าวในตอนท้าย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="text-justify: inter-cluster; text-align: justify; margin: 0cm 0cm 10pt;"><span style="line-height: 115%; font-family: &quot;Angsana New&quot;,&quot;serif&quot;; font-size: 16pt;"><span style="mso-tab-count: 1;">                </span><span lang="TH">เทคโนโลยีนี้เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระในการตรวจสอบสินค้าในคลังสินค้าได้เป็นอย่างดี ทั้งสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ เป็นฝีมือคนไทยเพื่อผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.kmitl.ac.th/kresearch/?feed=rss2&amp;p=394</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>

