Download Movie (37 MB)

ชื่อปัญหาพิเศษ : โครงงานผลิตภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว เรื่อง Space  
ผู้ดำเนินการศึกษา : น.ส.นนทิยา หมื่นเตียง และ น.ส.อรพรรณ วงศ์กำปั่น 
นักศึกษาสาขาวิชานิเทศศาสตร์เกษตร คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.
ประธานกรรมการปัญหาพิเศษ : อาจารย์ณัฐกร สงคราม
กรรมการปัญหาพิเศษ : ผศ.ดร.สมศักดิ์ คูหาสวรรค์เวช

วัตถุประสงค์การศึกษา : 
1. เพื่อผลิตภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว เรื่อง Space
2. เพื่อประเมินความพึงพอใจภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว ที่ผลิตขึ้น
แนวคิดในการศึกษา : สถาบันครอบครัวสถาบันครอบครัวนับได้ว่าเป็นสถาบันที่มีความสำคัญต่อสังคมไทย เพราะมีทั้ง พ่อ แม่ พี่ น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ปัจจุบัน ครอบครัวไทยมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากกระแสสังคมเมืองได้เข้ามามีบทบาทต่อสังคมไทย จึงทำให้คนในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ต้องออกมาหางานทำ ทำให้ต้องอพยพถิ่นฐาน ต้องทิ้งลูกไว้ให้ ปู่ ย่า ตา ยาย นั้นเลี้ยงดูต่อไป ปัญหาที่ตามมา เมื่อเด็กนั้นเข้าสู่วัยรุ่นมีการเปลี่ยนแปลงวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์และจิตใจทางสังคม ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับวัยรุ่นนั้นมีปัญหาเกิดช่องว่างระหว่างวัย ทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันในหลาย ๆ ด้านตามมา จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงสนใจที่จะผลิตภาพยนตร์โฆษณา เพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัวขึ้นมา เพราะปัจจุบันสื่อโทรทัศน์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอและพบได้ทั่วไป โทรทัศน์จัดเป็นสื่อที่แพร่หลายทั้งในแง่ของการสะท้อนภาพสังคมและชักนำสังคม
ขอบเขตของการศึกษา : การศึกษาครั้งนี้เป็นการผลิตภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว เรื่อง Space ซึ่งจะบันทึกในรูปแบบ DVD ความยาวตอนละ 2.00 นาที กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาเป็นบุคคลทั่วไป จำนวนทั้งหมด 60 คน โดยเนื้อเรื่องจะแบ่งออกเป็น 4 ตอน มีรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของยายและหลานคู่หนึ่งที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ซึ่งทั้งคู่มีความขัดแย้งกันในหลาย ๆ เรื่องโดยเฉพาะด้านความคิด 
วิธีดำเนินการศึกษา : โดยผ่านการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง แล้วทำการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างที่เป็นบุคคลทั่วไป 60 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวมรวมข้อมูล
ผลการศึกษา
ผลการประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญพบว่าลักษณะภาพสามารถสื่อความหมายได้ดี มีความชัดเจนของเสียง สภาพแสง และการลำดับภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ดี กราฟิกอ่านได้ง่าย ส่วนระยะเวลา สถานที่และฉากเหมาะสมเข้ากับเนื้อเรื่อง ตัวแสดงสามารถแสดงได้ สมบทบาทดี เนื้อเรื่องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ส่วนบรรจุภัณฑ์มีสีสันชัดเจนสวยงาม ส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขพบว่า มีบางฉากที่ไม่จำเป็น ลักษณะของเสียงบางฉากยังไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูได้ ด้านสภาพแสงในบางฉากยังคงมีความสว่างหรือมืดมากไป มุมกล้องยังไม่หลากหลาย การใช้กราฟิก การตัดต่อลำดับภาพและเนื้อเรื่องยังไม่แปลกใหม่ นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังเสนอแนะให้ศึกษาตัวอย่างจากภาพยนตร์โดยสังเกตมุมกล้อง การลำดับภาพจากภาพยนตร์ต่าง ๆ และศึกษาเทคนิควิธีการผลิตภาพยนตร์ด้วย 
ผลการประเมินจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน หลังจากการชมภาพยนตร์โฆษณาเพื่อส่งเสริมสถาบันครอบครัว เรื่อง Space พบว่าข้อมูลทั่วไปของผู้ทำการประเมินเป็นเพศชายและหญิงร้อยละ 50 ส่วนใหญ่มีช่วงอายุระหว่าง 11-22 ปี และส่วนใหญ่มีสถานภาพเป็นนักเรียนนักศึกษา ความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก พบว่าบรรจุภัณฑ์มีความสวยงามมีความพึงพอใจมากที่สุด รองลงมาคือดนตรีประกอบเข้ากับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์โฆษณา ส่วนการเห็นความสำคัญต่อสังคมเกษตรกรรมมีความพึงพอใจน้อยที่สุด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Spaceมีคุณภาพดีสามารถนำไปใช้ในการเผยแพร่สำหรับบุคคลทั่วไป
ความรู้สึกของผู้ดำเนินการศึกษา
นนทิยา หมื่นเตียง "ความคิดตอนแรกคิดว่าการทำภาพยนตร์นั้นมันยากมากเลยไม่กล้าที่จะทำ แต่อาจารย์ณัฐก็ได้บอกไว้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถของเราได้หรอก ถ้าเราไม่คิดจะทำมัน ก็เลยตัดสินใจทำภาพยนตร์โฆษณาขึ้นซึ่งได้ทำกับคุณต่าย (อ้วนพริ้ว) และต้องขอขอบคุณ อาจารย์ณัฐกร เพราะช่วยกับงานครั้งนี้เป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นบท โดยเฉพาะบทที่มีผู้ชายมารับแต่สุดท้ายเป็นกระเทย (คิดได้ไงค่ะอาจารย์ลูกศิษย์คิดไม่ถึงจึงทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ฮากว่าเศร้า) การยืมอุปกรณ์ การให้คำปรึกษาทุกครั้งที่ลูกศิษย์ไม่เข้าใจ โทรไปก่อกวนไม่เป็นเวลา และต้องขอโทษอาจารย์ที่ไปพบอาจารย์สายทุกครั้ง ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทีมงานทุกคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกคนต่างก็มีงานอยู่แล้วต้องขอบใจมาก ๆ ตอนนี้ทำให้รู้สึกว่าชอบการทำภาพยนตร์สั้นมากขึ้น (ถ้ามีโอกาส)"
อรพรรณ วงศ์กำปั่น "ตอนแรกที่คิดจะทำโปรเจคก็คิดว่าจะทำภาพยนตร์โฆษณาแบบไทยประกัน พยายามคิดแก่นเรื่องก็หาตัวอย่างหนังสั้นมาดูเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของต่ายกับคุณจูนนี่แหละที่อาจจะขี้เกียจและเที่ยวบ้างแต่สุดท้ายก็ไม่ทิ้งเรื่องเรียน ส่วนบทบาทของยายถอดแบบมาจากยายคุณจูนเลย ขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่มาช่วยในการถ่ายทำขนาดบางคนตื่นไม่ทันรถยังอุตส่าห์ขับรถมอเตอร์ไซค์ตามไปซึ่งมันก็ไม่ใช่ใกล้ ๆ ขอบคุณมาก ๆ สำหรับหยองที่ทำให้หนังที่ต้องการให้เป็นหนังซึ้งกลายเป็นตลก สุดท้ายขอบคุณอาจารย์ณัฐมาก ๆ อยากบอกว่าคิดไม่ผิดเลยที่เลือกอาจารย์เป็นที่ปรึกษาเพราะช่วยเหลือตั้งแต่สากเบือยันเรือรบจริงๆ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ"